ภาพรวมตลาดหุ้นไทยประจำวันที่ 21 พฤษภาคม 2569
ตลาดหุ้นไทยในวันนี้มีแนวโน้มได้รับปัจจัยบวกจากต่างประเทศ โดยเฉพาะการปรับตัวขึ้นของดัชนีดาวโจนส์เมื่อคืนที่ผ่านมา ซึ่งปิดบวกถึง 645 จุด หรือคิดเป็น 1.3% โดยได้แรงหนุนหลักจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ ขณะเดียวกันอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐหรือ Bond Yield ปรับตัวลดลงตามราคาน้ำมันดิบที่ร่วงลงถึง 5.6% หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐเปิดเผยว่ากำลังเจรจากับอิหร่านในขั้นตอนสุดท้าย ซึ่งช่วยคลายความกังวลด้านอุปทานน้ำมัน
ปัจจัยต่างประเทศที่สำคัญ
NVIDIA รายงานผลประกอบการประจำไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2570 สะท้อนการเติบโตที่แข็งแกร่ง โดยรายได้เพิ่มขึ้น 85% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน กำไรจากการดำเนินงานสูงขึ้น 147% และกำไรสุทธิพุ่งขึ้น 211% นอกจากนี้บริษัทยังประกาศโครงการซื้อหุ้นคืนและการจ่ายเงินปันผล อย่างไรก็ตามราคาหุ้น NVIDIA ในช่วง Pre-Open ร่วงลง 1.2% ซึ่งอาจเป็นผลมาจากการที่ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องก่อนหน้านี้จนนักลงทุนมีความคาดหวังสูงเกินไป
ประเด็นที่น่าจับตาคือการลดลงของ Bond Yield สหรัฐซึ่งสอดคล้องกับราคาน้ำมันที่อ่อนตัวลง แต่อย่างไรก็ตามยังไม่ควรวางใจเต็มที่เพราะฝั่งอิหร่านยังไม่ส่งสัญญาณที่ชัดเจนใดๆ ออกมา หากต้องการให้ราคาน้ำมันปรับลดลงอย่างต่อเนื่องจำเป็นต้องเห็นการคลี่คลายในช่องแคบฮอร์มุซจริง แต่ข้อดีคือดูเหมือนว่าราคาน้ำมันจะยังไม่แตะจุดสูงสุดใหม่ ซึ่งช่วยบรรเทาความกังวลเรื่องเงินเฟ้อได้บ้าง
คืนนี้ติดตามข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่สำคัญ ได้แก่ ยอดสร้างบ้านใหม่และใบอนุญาตก่อสร้าง รวมถึงดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) เบื้องต้นทั้งภาคบริการและภาคการผลิต ซึ่งจะสะท้อนภาพรวมกิจกรรมทางเศรษฐกิจในช่วงต้นไตรมาสที่สอง
ปัจจัยในประเทศและมุมมองต่อตลาดหุ้นไทย
ในประเทศยังไม่มีปัจจัยใหม่ที่โดดเด่น หลังจากนักลงทุนตอบรับผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในไตรมาสแรกปี 2569 ไปแล้ว ขณะนี้ตลาดกำลังรอความชัดเจนของนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 4 แสนล้านบาทของรัฐบาล ระยะสั้นการฟื้นตัวของตลาดหุ้นสหรัฐจะเป็นปัจจัยหนุนต่อบรรยากาศการลงทุนในไทย โดยเฉพาะกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์อย่าง DELTA และ HANA
ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทยวันนี้คาดว่าจะเคลื่อนไหวในกรอบ 1520-1540 จุด โดยเช้านี้ดัชนี KOSPI ของเกาหลีใต้ปรับตัวขึ้น 4.7% ซึ่งจะเป็นแรงหนุนทางจิตวิทยาต่อตลาดหุ้นไทย อย่างไรก็ตามแม้ระยะสั้นจะมีปัจจัยบวก แต่ Valuation ของ SET ที่ค่อนข้างสูงอาจต้องเพิ่มความระมัดระวังในการลงทุน
กลยุทธ์และหุ้นแนะนำ
กลยุทธ์การลงทุนระยะสั้น แนะนำเน้นหุ้นในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ เช่น DELTA และ KCE กลุ่มการเงิน เช่น MTC, SAWAD และ TIDLOR กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ เช่น AP และ SPALI กลุ่มค้าปลีก เช่น CPALL และ HMPRO รวมถึงกลุ่มศูนย์การค้า เช่น CPN โดยปัจจัยหนุนหลักคือ Bond Yield ที่ลดลงช่วยลดต้นทุนทางการเงิน
สำหรับหุ้นเด่นประจำวันนี้ มี 2 ตัวที่น่าสนใจ
MTC (บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน)) ราคาเป้าหมาย 39 บาท โดยแนวโน้มอัตราผลตอบแทนสินเชื่อส่วนเพิ่ม (NIM) ในไตรมาสสองปี 2569 มีแนวโน้มฟื้นตัวจากอัตราผลตอบแทนสินเชื่อที่เพิ่มขึ้นและต้นทุนการเงินที่ลดลง บริษัทยังมีแผนออกหุ้นกู้ใหม่มูลค่า 1 หมื่นล้านบาทในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมนี้
TIDLOR (บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน)) ราคาเป้าหมาย 24 บาท ผลการดำเนินงานในไตรมาสแรกปี 2569 แข็งแกร่งที่ 1.6 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 35% จากปีก่อน และ 56% จากไตรมาสก่อน คุณภาพสินเชื่อดีขึ้นโดยอัตราส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL Ratio) ลดลงเหลือ 1.47%
สรุปแล้ววันนี้ตลาดหุ้นไทยมีปัจจัยหนุนจากต่างประเทศ แต่ควรระมัดระวังเรื่อง Valuation ที่สูง การเลือกหุ้นที่มีพื้นฐานแข็งแรงและได้รับอานิสงส์จาก Bond Yield ที่ลดลงน่าจะเป็นทางเลือกที่เหมาะสมในระยะสั้น