แรงขายพันธบัตรไทย สัญญาณจากต่างชาติ
ตลาดทุนไทยเริ่มเผชิญแรงกดดัน หลังจากนักลงทุนต่างชาติพากันขายพันธบัตรรัฐบาลไทยหรือบอนด์ในสัปดาห์ที่ผ่านมา สร้างความกังวลต่อทิศทางเม็ดเงินที่เคยไหลเข้าสู่หุ้นไทย โดยโบรกเกอร์ประเมินว่าหุ้นไทยอาจผันผวนในระยะสั้น แต่ยังไม่ถึงขั้นเป็นเทรนด์ขายต่อเนื่อง
สาเหตุจากภูมิรัฐศาสตร์และเงินเฟ้อ
นายกรภัทร วรเชษฐ์ จากบล.กรุงศรี ระบุว่า แรงขายบอนด์ไทยเกิดขึ้นจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ที่ตึงเครียด โดยเฉพาะราคาน้ำมันดิบเบรนท์ที่พุ่งสูงกว่า 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลต่ออัตราเงินเฟ้อและทำให้บอนด์ยีลด์สหรัฐระยะยาวปรับตัวขึ้น นักลงทุนเริ่มคาดการณ์ว่าวัฏจักรดอกเบี้ยขาขึ้นจะมาเร็วขึ้น ส่งผลให้บอนด์ยีลด์ไทยอายุ 10 ปี ปรับขึ้นสู่ 2.41% เพิ่มขึ้น 0.1% ในรอบสัปดาห์ และคาดว่าจะคงแนวโน้มนี้ราว 1 สัปดาห์ถึง 1 เดือน โดยขึ้นอยู่กับราคาน้ำมัน
บทวิเคราะห์จากหลายสำนัก
นายภูวดล ภูสอดเงิน จากบล.บัวหลวง มองว่าแรงขายบอนด์ไทยราว 1 หมื่นล้านบาทไม่ได้มาจากปัจจัยในประเทศเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลจากภาวะบอนด์ยีลด์ทั่วโลกที่เร่งขึ้น แบ่งเป็น 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ความกังวลเงินเฟ้อสูงยาวนาน การแข็งค่าของดอลลาร์ และราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม การถือครองบอนด์ไทยโดยต่างชาติไม่สูงมาก จึงจำกัดความเสี่ยง โดยโอกาสกลับมาซื้อสุทธิจะเกิดขึ้นเมื่อบอนด์ยีลด์สหรัฐเริ่มนิ่งและเงินบาทไม่อ่อนต่อเนื่อง
ผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทย
สำหรับตลาดหุ้นไทย แรงกดดันจะมาในรูปแบบของบรรยากาศการลงทุนที่ชะลอตัว นักลงทุนทั่วโลกหันไปถือเงินสดหรือดอลลาร์ ทำให้โฟลว์ไหลเข้าหุ้นไทยช้าลง โดยกลุ่มเสี่ยงได้แก่ หุ้นเติบโตที่พีอีสูง อย่าง DELTA เทคโนโลยี อิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ REITs และโรงไฟฟ้าที่อ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ย ส่วนกลุ่มธนาคาร เช่น KBANK SCB อาจได้ประโยชน์จากส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ แต่ต้องระวังคุณภาพสินทรัพย์
นายวทัญ จิตต์สมนึก จากบล.พาย กล่าวว่า แรงขายบอนด์เกิดจากเงินเฟ้อที่ปรับขึ้นจากราคาพลังงาน โดยนักลงทุนเปลี่ยนมุมมองต่อพันธบัตร หันไปถือบอนด์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า คาดว่าเฟดมีโอกาสขึ้นดอกเบี้ยภายในเดือนมกราคม 2570 สร้างแรงกดดันต่อสินทรัพย์เสี่ยง ส่วนธปท. คาดว่าคงดอกเบี้ยที่ 1% ตลอดปี เนื่องจากเศรษฐกิจไทยชะลอตัวและมีแรงกดดันจากต้นทุน โดยกลุ่มหุ้นที่ได้บวกจากบอนด์ยีลด์สูงคือธนาคาร ส่วนกลุ่มที่พีอีสูงจะได้รับผลกระทบ
สรุปแล้ว แม้แรงขายบอนด์ไทยจากต่างชาติอาจกดดันหุ้นไทยในระยะสั้น แต่ความเสี่ยงยังจำกัด และตลาดอาจกลับมามีเสถียรภาพเมื่อปัจจัยภายนอกคลี่คลาย โดยเฉพาะทิศทางเงินเฟ้อและนโยบายดอกเบี้ยของสหรัฐ