ซีไอเอ็มบี ไทย เดินหน้าขยายพอร์ตสินเชื่อ รับดีมานด์รายใหญ่

เป้าหมายสินเชื่อปี 2569

นายวุธว์ ธนิตติราภรณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า ธนาคารตั้งเป้าอัตราการเติบโตของสินเชื่อในพอร์ตหลัก ซึ่งครอบคลุมสินเชื่อธุรกิจการค้าขนาดใหญ่ สินเชื่อที่อยู่อาศัย สินเชื่อส่วนบุคคล และสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการความมั่งคั่ง ไว้ที่ระดับ 5-10% สำหรับปี 2569 โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญจากสินเชื่อรายใหญ่ที่อยู่ระหว่างการอนุมัติในกลุ่มธุรกิจดาต้าเซนเตอร์และพลังงานสะอาดในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งมียอดรวมประมาณ 90,000 ล้านบาท

ปัจจัยเศรษฐกิจหนุนภาพรวมสินเชื่อ

นอกเหนือจากสินเชื่อรายใหญ่แล้ว ตัวเลขเศรษฐกิจมหภาคก็มีส่วนช่วยสนับสนุนการขยายตัวของสินเชื่อโดยรวม ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ไตรมาสแรกที่ขยายตัว 2.8% รวมถึงแนวโน้มการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เงินกู้ 400,000 ล้านบาทของรัฐบาล ซึ่งคาดว่าจะส่งผลบวกต่อความต้องการใช้สินเชื่อในระบบ ทั้งนี้ การเติบโตของสินเชื่อดังกล่าวไม่รวมพอร์ตสินเชื่อยานพาหนะมูลค่าประมาณ 30,000 ล้านบาทภายใต้บริษัทย่อย ซีไอเอ็มบี ไทย ออโต้ จำกัด ซึ่งธนาคารกำลังดำเนินการตามข้อตกลงซื้อขายล่วงหน้าก่อนโอนให้แก่กรุงศรีออโต้ โดยคาดว่าจะรับรู้ผลในงบการเงินภายในปีนี้

ยุทธศาสตร์ธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง

ธนาคารยังคงให้ความสำคัญกับธุรกิจบริหารจัดการความมั่งคั่ง (เวลท์) โดยตั้งเป้าหมายการเติบโตของสินทรัพย์รวมภายใต้การบริหารจัดการ (AUM) จากปี 2568 ที่ 250,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นสามเท่าสู่ 750,000 ล้านบาทภายในปี 2573 ปัจจุบัน AUM ของธุรกิจเวลท์อยู่ที่ประมาณ 290,000 ล้านบาท และคาดว่าสิ้นปี 2569 จะเพิ่มขึ้นเป็น 350,000-400,000 ล้านบาท

ภายใต้ยุทธศาสตร์ Wealth Your World ธนาคารมุ่งเน้นเป้าหมายหลักสามประการ ได้แก่ การปกป้องความมั่งคั่ง การเติบโตอย่างชาญฉลาด และการออกแบบกลยุทธ์ที่เหมาะสมกับเป้าหมายของลูกค้าแต่ละราย ซึ่งสะท้อนแนวคิดที่ว่าความมั่งคั่งที่แท้จริงไม่ได้วัดจากจำนวนเงินในบัญชีหรือความเสี่ยงในการลงทุน แต่คือการได้เป็นเจ้าของโลกในแบบที่ลูกค้าต้องการ

การเพิ่มสัดส่วนรายได้และการเป็นผู้นำตลาดหุ้นกู้

ภายในสิ้นปี 2569 ธนาคารคาดว่าการเติบโตของสินเชื่อโดยรวมจะช่วยผลักดันสัดส่วนรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นจาก 35% เป็น 40% และเพิ่มส่วนแบ่งมูลค่ารวมสินทรัพย์ทั้งหมดในตลาดจาก 3% เป็น 5-6% ซึ่งมาจากทั้งฐานลูกค้าปัจจุบันและลูกค้าใหม่ที่ย้ายเข้ามาลงทุน

นอกจากนี้ ธนาคารยังยืนยันความมุ่งมั่นในการเป็นผู้นำด้านการซื้อขายหุ้นกู้ในตลาดรอง โดยมองว่าหุ้นกู้เป็นตราสารหนี้ที่ให้ผลตอบแทนประจำ ความเสี่ยงต่ำ และจ่ายดอกเบี้ยตามกำหนดเวลา ซึ่งจะช่วยเป็นเครื่องมือในการวางแผนทางการเงินระยะยาวให้แก่ลูกค้า โดยไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับเงินต้น