หุ้นเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกถูกเทขาย SOX ร่วง 7.87% Nvidia ปิดลบ 4.2%

หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกเผชิญแรงเทขายหนักในรอบการซื้อขายล่าสุด โดยดัชนี PHLX Semiconductor (SOX) ร่วงแรงถึง 7.87% ในวันเดียว ขณะที่หุ้น Nvidia ปิดลบ 4.2% ที่ 200 ดอลลาร์ และ AMD ดิ่งกว่า 5.8% สะท้อนภาพนักลงทุนเริ่มถอนเงินออกจากหุ้นเทคโนโลยีที่ราคาพุ่งสูงมาตลอดปี ท่ามกลางความกังวลเรื่องมูลค่าหุ้น AI และทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐ

เกิดอะไรขึ้นกับหุ้นชิป

แรงขายกระจายไปทั่วกลุ่มชิป โดย Broadcom (AVGO) ลบ 3.1% และ AMD ปรับตัวลงมากกว่า Nvidia ที่ลบ 4.2% น่าสังเกตว่า Nvidia ซึ่งยังบวกราว 12% นับตั้งแต่ต้นปี กลับกลายเป็นหุ้นที่ให้ผลตอบแทนแย่ที่สุดในดัชนี PHLX Semiconductor ประจำปี 2026 สะท้อนว่ากระแสเงินกำลังหมุนออกจากผู้นำเดิมของกลุ่ม

นักวิเคราะห์จาก Barron’s ระบุว่า ความสนใจของนักลงทุนเริ่มเคลื่อนออกจากชิปประมวลผลกราฟิก (GPU) ที่เป็นจุดแข็งของ Nvidia ไปสู่ฮาร์ดแวร์ประเภทอื่น เช่น หน่วยประมวลผลกลาง (CPU) และชิปหน่วยความจำ (memory) แม้ Nvidia จะยังครองตำแหน่งผู้นำตลาดชิป AI ก็ตาม

ทำไมตลาดถึงเทขายตอนนี้

แรงกดดันมาจากหลายปัจจัยพร้อมกัน ทั้งความกังวลว่าผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ (hyperscalers) อาจลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI มากเกินไป ประกอบกับท่าทีสายเหยี่ยวของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ภายใต้ประธานคนใหม่ Kevin Warsh ที่ส่งสัญญาณว่าดอกเบี้ยอาจอยู่ในระดับสูงนานกว่าที่คาด ทำให้หุ้นเติบโตสูงที่อ่อนไหวต่อดอกเบี้ยถูกขายทำกำไรก่อนสิ้นไตรมาส

Jensen Huang มองเป็นโอกาส

ท่ามกลางแรงขาย Jensen Huang ซีอีโอ Nvidia ออกมาให้มุมมองว่าการปรับฐานของหุ้นเทคเป็น “โอกาสในการซื้อ” พร้อมเปิดตัว BioNeMo Agent Toolkit ชุดเครื่องมือสำหรับ AI Agent ด้านวิทยาศาสตร์ เพื่อกระตุ้นความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อแนวโน้มการเติบโตระยะยาวของ AI

ผลกระทบต่อนักลงทุนไทย

นักลงทุนไทยที่ถือกองทุนหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐหรือ ETF กลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ควรเตรียมรับความผันผวนระยะสั้นที่สูงขึ้น การปรับฐานครั้งนี้เกิดจากการขายทำกำไรและการหมุนกลุ่ม (sector rotation) มากกว่าการเปลี่ยนแปลงปัจจัยพื้นฐานของอุตสาหกรรม AI ที่ยังเติบโต ผู้ที่ลงทุนระยะยาวอาจใช้จังหวะนี้ทยอยสะสมอย่างมีวินัย ขณะที่นักลงทุนระยะสั้นควรระวังความเสี่ยงช่วงปลายไตรมาสและจับตาทิศทางดอกเบี้ย Fed อย่างใกล้ชิด

แหล่งข่าว: Barron’s, CNBC