Micron Technology เตรียมรายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปีงบประมาณ 2026 หลังตลาดสหรัฐปิดทำการในวันพุธที่ 24 มิถุนายน โดยฝ่ายบริหารคาดรายได้ทำสถิติสูงสุดราว 33,500 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นราว 40% จากไตรมาสก่อน และอัตรากำไรขั้นต้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ราว 81% สะท้อนกระแสความต้องการชิปหน่วยความจำ AI ที่ร้อนแรง ทำให้ผลประกอบการครั้งนี้กลายเป็นหนึ่งในเหตุการณ์สำคัญของกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ในปีนี้
ตัวเลขที่ตลาดจับตา
คาดการณ์รายได้ราว 33,500 ล้านดอลลาร์ (บวก/ลบ 750 ล้าน) เทียบกับ 23,860 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสก่อน ขณะที่กำไรต่อหุ้น (EPS) คาดอยู่ที่ราว 19.15 ดอลลาร์ จาก 12.20 ดอลลาร์ในไตรมาสที่ผ่านมา ฝ่ายบริหารระบุว่ารายได้ไตรมาสเดียวนี้สูงกว่ารายได้รวมทั้งปีงบประมาณก่อนหน้าปี 2024 ทั้งปี
แรงขับเคลื่อนจากภาวะขาดแคลนหน่วยความจำ AI
ความต้องการชิปหน่วยความจำชนิด HBM (high-bandwidth memory) พุ่งสูงตามการผลิต GPU รุ่นใหม่ของ Nvidia ที่ต้องใช้หน่วยความจำมากขึ้นในแต่ละรุ่น เนื่องจาก HBM ใช้กำลังการผลิตต่อหน่วยมากกว่าหน่วยความจำทั่วไป เมื่อ Micron หันกำลังการผลิตไปทำ HBM ป้อนแพลตฟอร์ม Vera Rubin รุ่นถัดไปของ Nvidia จึงดึงกำลังการผลิตออกจากหน่วยความจำมาตรฐานสำหรับโน้ตบุ๊กและเซิร์ฟเวอร์ ทำให้ราคายังอยู่ในระดับสูง
Micron ระบุว่าได้ทำสัญญาราคาและปริมาณสำหรับซัพพลาย HBM ตลอดปี 2026 ครบแล้ว และคาดว่าอุปทาน DRAM และ NAND จะยังตึงตัวเกินกว่าปีนี้
สัญญาณปี 2027 คือกุญแจสำคัญ
เนื่องจากธุรกิจหน่วยความจำเป็นวัฏจักรขึ้นลง นักลงทุนจึงจับตาคำแนะนำของผู้บริหารเกี่ยวกับราคาและอุปทานในปี 2027 เป็นพิเศษ สัญญาณเตือนที่ต้องระวังคือ ท่าทีว่าราคาจะไม่สามารถปรับขึ้นต่อได้ การชะลอตัวของสัญญาระยะยาวกับลูกค้า หรือคำแนะนำเรื่องอัตรากำไรที่อาจแผ่วลง โดยโรงงานใหม่ในไอดาโฮคาดเริ่มผลิตกลางปี 2027 ส่วนโรงงานในนิวยอร์กจะป้อนตลาดในปี 2030 เป็นต้นไป
ผลกระทบต่อนักลงทุนไทย
ผลประกอบการของ Micron เป็นมาตรวัดสำคัญต่อความเชื่อมั่นในกลุ่มชิป AI ทั้งหมด ซึ่งจะส่งผลต่อกองทุนและ ETF เทคโนโลยีที่นักลงทุนไทยถืออยู่ หากผู้บริหารยังยืนยันภาพตลาดที่อุปทานตึงตัวต่อเนื่อง อาจช่วยฟื้นความเชื่อมั่นของกลุ่มชิปที่เพิ่งถูกเทขาย แต่หากมีสัญญาณว่าราคาหน่วยความจำเริ่มอ่อนตัวหรือลูกค้าชะลอคำสั่งซื้อ หุ้นกลุ่มนี้ที่ราคาขึ้นมาสูงแล้วอาจเผชิญแรงขายแรง นักลงทุนควรติดตามทั้งตัวเลขจริงและน้ำเสียงของผู้บริหารต่อแนวโน้มปี 2027
แหล่งข่าว: The Motley Fool, S&P Global, Yahoo Finance