โลหะมีค่าเผชิญแรงเทขายเป็นวงกว้างในวันที่ 23 มิถุนายน 2026 นำโดยเงิน (Silver) ที่ดิ่งลงถึง 4.31% มาที่ราว 62.2 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และแพลทินัมลบ 2.56% ขณะที่ทองคำลบ 1.8% สาเหตุหลักมาจากความคาดหวังว่า Fed จะขึ้นดอกเบี้ยและดอลลาร์ที่แข็งค่า บทความนี้อธิบายว่าทำไมเงินจึงร่วงแรงกว่าทอง และนักลงทุนไทยควรมองอย่างไร
เงินและแพลทินัมร่วงแรงกว่าทอง
- เงิน (Silver): 62.25 ดอลลาร์/ออนซ์ -4.31% (รายเดือน -19.97%, รายปี +73.94%)
- แพลทินัม: 1,629.40 ดอลลาร์/ออนซ์ -2.56% (รายเดือน -16.51%)
- ทองคำ: 4,115 ดอลลาร์/ออนซ์ -1.82% (รายเดือน -9.87%)
- ทองแดง: 6.22 ดอลลาร์/ปอนด์ -2.09%
จะเห็นว่าการปรับฐานครั้งนี้กระทบโลหะมีค่าทั้งกลุ่ม แต่เงินและแพลทินัมร่วงแรงกว่าทองคำอย่างชัดเจน สะท้อนลักษณะเฉพาะของโลหะที่มีองค์ประกอบความต้องการเชิงอุตสาหกรรมสูง
ทำไมเงินจึงผันผวนมากกว่าทอง
เงินมีบทบาทสองด้าน คือเป็นทั้งสินทรัพย์ปลอดภัยและวัตถุดิบอุตสาหกรรม (แผงโซลาร์ อิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ไฟฟ้า) เมื่อตลาดกังวลว่าดอกเบี้ยสูงจะชะลอเศรษฐกิจและความต้องการเชิงอุตสาหกรรม ราคาเงินจึงถูกกดดันสองทาง ทั้งจากปัจจัยการเงิน (เหมือนทอง) และจากแนวโน้มอุปสงค์การผลิต ทำให้เงินมีความผันผวน (beta) สูงกว่าทองคำในรอบขาลง
ตัวเร่งจากนโยบายการเงินสหรัฐ
เงินเฟ้อสหรัฐที่เร่งขึ้นสู่ 4.20% ในเดือนพฤษภาคม หนุนให้ Fed ภายใต้ Kevin Warsh คงท่าทีเข้มงวด โดยทั้ง Deutsche Bank และ BofA ปรับมุมมองให้รวมการขึ้นดอกเบี้ยเดือนกันยายน ดอลลาร์ที่แข็งค่าแตะระดับสูงสุดรอบกว่า 1 ปีทำให้โลหะมีค่าที่อ้างอิงดอลลาร์แพงขึ้นในสายตาผู้ถือสกุลเงินอื่น จึงเกิดแรงขายทำกำไรหลังราคาขึ้นมามากในช่วงต้นปี
มุมมองระยะยาวยังไม่เปลี่ยน
แม้ราคาจะร่วงแรงในระยะสั้น แต่ผลตอบแทนรายปียังเป็นบวกชัดเจน โดยเงินยังบวกกว่า 73% และทองคำบวกราว 24% เมื่อเทียบปีต่อปี การปรับฐานจึงเป็นการคลายความร้อนแรงหลังราคาทำจุดสูงสุด มากกว่าการเปลี่ยนแนวโน้มขาขึ้นระยะยาว ปัจจัยพื้นฐานอย่างความต้องการพลังงานสะอาดยังหนุนอุปสงค์เงินในระยะกลาง
ผลกระทบต่อนักลงทุนไทย
นักลงทุนไทยที่ถือกองทุนหรือสินทรัพย์อิงโลหะเงินควรเตรียมรับความผันผวนที่สูงกว่าทองคำ การจัดสัดส่วนเงินไม่ควรเกินกว่าระดับที่รับความเสี่ยงได้ และควรมองเป็นการลงทุนระยะกลาง-ยาวมากกว่าการเก็งกำไรรายวัน ผู้ที่สนใจสะสมอาจรอสัญญาณชัดเจนว่าดอลลาร์และยีลด์เริ่มทรงตัว ก่อนทยอยเข้าซื้อแบบเฉลี่ยต้นทุน (DCA) เพื่อลดความเสี่ยงจากการจับจังหวะผิด
แหล่งข่าว: Trading Economics (Silver/Platinum/Gold), Reuters Markets — เรียบเรียงและวิเคราะห์ผลกระทบโดยกอง บก. FlowRise News บทความนี้เป็นการรายงานข่าวและให้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน