ปี 2568 โรงไฟฟ้าถ่านหินเพิ่ม แต่ใช้เชื้อเพลิงลดลง

ภาพรวมโรงไฟฟ้าถ่านหินทั่วโลก

รายงานวิเคราะห์ล่าสุดชี้ว่า ในปี 2568 โลกได้สร้างและเดินเครื่องโรงไฟฟ้าถ่านหินเพิ่มขึ้นเป็นประวัติการณ์ หลายประเทศ โดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียใต้ ยังคงพึ่งพาถ่านหินเพื่อตอบสนองความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม การใช้ถ่านหินโดยรวมกลับลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งสะท้อนถึงการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานที่กำลังเกิดขึ้น แม้จะมีการสร้างกำลังผลิตใหม่ แต่ปัจจัยหลายอย่าง เช่น ราคาก๊าซธรรมชาติที่ถูกลง การขยายตัวของพลังงานหมุนเวียน และนโยบายด้านสภาพภูมิอากาศที่เข้มงวดขึ้น ส่งผลให้อัตราการเดินเครื่องของโรงไฟฟ้าถ่านหินลดลงในหลายภูมิภาค

สหรัฐฯ เดินหน้าถ่านหินเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ในทางกลับกัน สหรัฐอเมริกากลับเป็นประเทศเศรษฐกิจหลักเพียงประเทศเดียวที่มีการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนในปีนี้ การเพิ่มขึ้นดังกล่าวเกิดจากความต้องการไฟฟ้าที่สูงขึ้นในช่วงฤดูร้อนที่รุนแรง และการหยุดซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้านิวเคลียร์บางแห่ง สหรัฐฯ ยังคงมีโรงไฟฟ้าถ่านหินขนาดใหญ่ที่ยังดำเนินการอยู่ แม้จะมีการประกาศเลิกใช้ถ่านหินในระยะยาว แต่ในระยะสั้น การผลิตจากถ่านหินก็ยังมีบทบาทสำคัญในการรักษาเสถียรภาพของระบบไฟฟ้า โดยเฉพาะในช่วงที่แหล่งพลังงานอื่นไม่เพียงพอ

แนวโน้มการใช้ถ่านหินในอนาคต

แม้การสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินใหม่จะยังคงมีอยู่ แต่แนวโน้มการใช้ถ่านหินทั่วโลกกำลังชะลอตัวลง หลายประเทศกำลังเร่งลงทุนในพลังงานแสงอาทิตย์และลม ซึ่งมีต้นทุนลดลงอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ มาตรการทางภาษีและกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมยังเป็นอุปสรรคต่อการขยายตัวของถ่านหิน อย่างไรก็ตาม ในบางประเทศกำลังพัฒนา ถ่านหินยังคงเป็นเชื้อเพลิงหลักที่หาได้ง่ายและราคาถูก ทำให้การเปลี่ยนผ่านพลังงานยังไม่เกิดขึ้นทันที คาดว่าการใช้ถ่านหินจะถึงจุดสูงสุดก่อนปี 2573 และจะเริ่มลดลงอย่างช้า ๆ ตามนโยบายลดการปล่อยคาร์บอนของแต่ละประเทศ

ภาพรวมในปี 2568 สะท้อนความซับซ้อนของระบบพลังงานโลก แม้จะมีการสร้างกำลังผลิตถ่านหินใหม่ แต่การใช้จริงกลับลดลง ยกเว้นในสหรัฐฯ ที่ยังต้องพึ่งพาถ่านหินเป็นกรณีพิเศษ ความท้าทายต่อไปคือการสร้างสมดุลระหว่างความมั่นคงทางพลังงานกับการลดผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศ