ทองคำ XAU/USD ร่วงหลุด 4,120 ดอลลาร์ ตลาดเทน้ำหนัก Fed ขึ้นดอกเบี้ย ก.ย.

ราคาทองคำโลก (XAU/USD) ร่วงหลุดแนว 4,120 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในการซื้อขายวันที่ 23 มิถุนายน 2026 ลดลงราว 1.8% จากวันก่อนหน้า เนื่องจากตลาดเพิ่มน้ำหนักความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) จะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายน กลบความหวังเชิงบวกจากการเจรจาสันติภาพสหรัฐ-อิหร่าน นักลงทุนไทยที่ถือทองควรประเมินความเสี่ยงขาลงระยะสั้นอย่างใกล้ชิด

ทองคำเกิดอะไรขึ้นวันนี้

ราคาทองคำสปอตปรับตัวลงมาเคลื่อนไหวบริเวณ 4,113-4,115 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จากระดับปิดก่อนหน้าที่ราว 4,191 ดอลลาร์ คิดเป็นการปรับลดลงประมาณ 1.8% ภายในวันเดียว ส่งผลให้ภาพรายเดือนของทองคำติดลบเกือบ 10% แม้ในรอบ 1 ปีจะยังบวกอยู่ราว 24% สะท้อนว่าแรงขายระยะสั้นมาจากปัจจัยนโยบายการเงินมากกว่าการเปลี่ยนแนวโน้มระยะยาว

จุดเปลี่ยนสำคัญคือมุมมองดอกเบี้ยที่กลับมาเป็นสายเหยี่ยว เมื่อ Deutsche Bank และ BofA Global Research ต่างปรับคาดการณ์ให้รวม “การขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายน” เข้าไปด้วย ขณะที่เจ้าหน้าที่ Fed 9 จาก 19 คน ประเมินว่าจะมีการขึ้นดอกเบี้ยอย่างน้อยหนึ่งครั้งในปีนี้ ทองคำซึ่งไม่ให้ผลตอบแทนดอกเบี้ยจึงเสียเปรียบเมื่อต้นทุนการถือครอง (ดอกเบี้ยและดอลลาร์) สูงขึ้น

ทำไม Fed สายเหยี่ยวจึงกดดันทอง

เงินเฟ้อสหรัฐ (CPI) เร่งขึ้นจาก 3.80% เป็น 4.20% ในเดือนพฤษภาคม เป็นแรงหนุนให้ Fed ภายใต้การนำของประธาน Kevin Warsh คงท่าทีเข้มงวด แม้ในการประชุมรอบล่าสุดจะคงดอกเบี้ยไว้ที่กรอบ 3.50-3.75% แต่ Dot Plot กลับชี้ทิศทาง “ขึ้น” แทน “ลง” ทำให้ดอลลาร์แข็งค่าแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 1 ปี และกดดันสินทรัพย์ที่อ้างอิงดอลลาร์อย่างทองคำโดยตรง

ปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ที่ลดทอนพรีเมียมความเสี่ยง

สหรัฐออกใบอนุญาต 60 วันให้อิหร่านขายน้ำมันในตลาดโลก และทั้งสองฝ่ายตกลงโรดแมปสู่ข้อตกลงสันติภาพภายใน 60 วัน ทำให้พรีเมียมความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เคยหนุนทองคำลดลง เมื่อความตึงเครียดคลายตัว นักลงทุนจึงลดการถือทองในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย และหันไปให้น้ำหนักกับปัจจัยดอกเบี้ยแทน

สิ่งที่ต้องจับตาต่อไป

  • รายงานเงินเฟ้อ PCE ซึ่งเป็นมาตรวัดที่ Fed ให้ความสำคัญ มีกำหนดเปิดเผยในสัปดาห์นี้
  • ทิศทางดัชนีดอลลาร์ (DXY) หากยืนเหนือ 100 ต่อเนื่อง จะยังกดดันทอง
  • แนว 4,100 ดอลลาร์เป็นจุดทดสอบทางจิตวิทยา หากหลุดอาจเห็นแรงขายเพิ่ม
  • คาดการณ์ของ Trading Economics ชี้ปลายไตรมาสนี้ราว 4,162 ดอลลาร์ และ 12 เดือนข้างหน้าราว 4,527 ดอลลาร์

ผลกระทบต่อนักลงทุนไทย

สำหรับนักลงทุนไทย การอ่อนค่าของทองคำโลกมักสะท้อนมายังราคาทองในประเทศ แต่ค่าเงินบาทเทียบดอลลาร์เป็นตัวแปรสำคัญที่อาจชดเชยหรือซ้ำเติมผลกระทบ หากดอลลาร์แข็งและบาทอ่อน ราคาทองบาทไทยอาจลดลงช้ากว่าทองโลก ผู้ที่ลงทุนระยะยาวอาจมองจังหวะย่อเป็นโอกาสทยอยสะสม ขณะที่ผู้เก็งกำไรระยะสั้นควรระวังความผันผวนรอบตัวเลข PCE และถ้อยแถลงของ Fed อย่าใช้เงินก้อนเดียวเข้าซื้อในจังหวะที่แนวโน้มยังเป็นขาลง

แหล่งข่าว: Trading Economics (Gold), Reuters Markets, FXStreet — เรียบเรียงและวิเคราะห์ผลกระทบโดยกอง บก. FlowRise News บทความนี้เป็นการรายงานข่าวและให้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน