ทาร์เก็ตพลิกฟื้นจากยอดขายตกต่ำ
ทาร์เก็ตซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ค้าปลีกรายใหญ่ของสหรัฐฯ ประสบปัญหายอดขายหดตัวและจำนวนลูกค้าที่มาเยือนร้านลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายไตรมาสที่ผ่านมา ภาวะเงินเฟ้อและกำลังซื้อที่ชะลอตัวทำให้ผู้บริโภคเริ่มลดการใช้จ่ายในสินค้าที่ไม่จำเป็น ส่งผลกระทบต่อธุรกิจค้าปลีกโดยรวม รวมถึงทาร์เก็ตที่ต้องเผชิญกับความท้าทายในการดึงดูดลูกค้ากลับเข้าสู่ร้าน
อย่างไรก็ตาม ไมเคิล ฟิดเดลเก ซีอีโอของทาร์เก็ตเคยกล่าวว่าบริษัทมีแผนปรับกลยุทธ์ครั้งสำคัญเพื่อพลิกฟื้นธุรกิจ และตอนนี้ดูเหมือนว่าแผนงานดังกล่าวเริ่มให้ผลลัพธ์เป็นรูปธรรมแล้ว รายงานผลประกอบการไตรมาสแรกของปี 2569 ที่ออกมาสร้างความประหลาดใจให้กับนักลงทุนเมื่อทาร์เก็ตสามารถทำกำไรและรายได้สูงกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้ พร้อมกันนี้ยังปรับเพิ่มคาดการณ์ยอดขายทั้งปี ส่งสัญญาณว่าธุรกิจกำลังกลับเข้าสู่เส้นทางการเติบโตอีกครั้ง
ผลประกอบการไตรมาสแรกดีเกินคาด
ทาร์เก็ตรายงานกำไรต่อหุ้นในไตรมาสแรกอยู่ที่ 2.65 ดอลลาร์ สูงกว่าที่วอลล์สตรีทคาดการณ์ไว้ที่ 2.31 ดอลลาร์ ส่วนรายได้รวมอยู่ที่ 25.6 พันล้านดอลลาร์ สูงกว่าที่คาดไว้ที่ 25.3 พันล้านดอลลาร์ การเติบโตของรายได้ส่วนใหญ่ได้รับแรงหนุนจากยอดขายสินค้าประเภทอาหาร ของใช้ในบ้าน และสินค้าแฟชั่นตามฤดูกาลที่มียอดจำหน่ายดีเยี่ยม โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าราคาย่อมเยาที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ยังคงระมัดระวังการใช้จ่าย
ยอดขายเปรียบเทียบของร้านที่เปิดดำเนินการมาแล้วอย่างน้อยหนึ่งปีเพิ่มขึ้น 2.1% ในไตรมาสนี้ เทียบกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง 0.5% ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีที่สุดในรอบหลายไตรมาส แสดงให้เห็นว่ากลยุทธ์การลดราคาและการจัดโปรโมชั่นของทาร์เก็ตเริ่มดึงดูดลูกค้ากลับเข้ามาจับจ่ายอีกครั้ง โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลอีสเตอร์ที่ผ่านมา ยอดขายของเล่นและขนมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ปัจจัยหนุนลูกค้ากลับมาใช้บริการ
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ลูกค้าเริ่มกลับมาใช้บริการร้านทาร์เก็ตคือการปรับปรุงประสบการณ์การช้อปปิ้งทั้งในร้านและออนไลน์ ทาร์เก็ตลงทุนเพิ่มเติมในการจัดการสินค้าคงคลังให้มีสินค้าวางจำหน่ายอย่างสม่ำเสมอ ลดปัญหาสินค้าขาดสต็อกที่เคยเกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังขยายช่องทางจัดส่งสินค้าแบบเร่งด่วนและบริการรับสินค้าหน้าร้าน ทำให้ลูกค้ามีความสะดวกสบายมากขึ้น
อีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญคือการร่วมมือกับแบรนด์ดังและดีไซเนอร์เพื่อเปิดตัวคอลเลกชันพิเศษเฉพาะร้านทาร์เก็ต ซึ่งช่วยสร้างกระแสและดึงดูดลูกค้าใหม่ ๆ โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับสินค้าที่มีดีไซน์โดดเด่นแต่ราคาไม่แพง สินค้าภายใต้แบรนด์ของตัวเองอย่าง Good & Gather และ Universal Thread ก็ยังคงเป็นที่นิยมอย่างต่อเนื่อง ช่วยเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นให้กับบริษัท
นอกจากนี้ ทาร์เก็ตยังใช้ข้อมูลเชิงลึกจากฐานสมาชิก Target Circle เพื่อนำเสนอข้อเสนอส่วนบุคคลและคูปองส่วนลดที่ตรงกับความต้องการของลูกค้าแต่ละคน ทำให้ลูกค้ารู้สึกได้รับการดูแลเป็นพิเศษและมีแนวโน้มกลับมาซื้อซ้ำมากขึ้น จำนวนสมาชิก Target Circle เพิ่มขึ้นเป็นกว่า 100 ล้านรายในไตรมาสนี้ สะท้อนถึงประสิทธิภาพของกลยุทธ์สร้างความภักดีของลูกค้า
ซีอีโอชี้ถึงจุดเปลี่ยน วางเป้าหมายเติบโตยั่งยืน
ไมเคิล ฟิดเดลเก ซีอีโอของทาร์เก็ตกล่าวในระหว่างการประกาศผลประกอบการว่านี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญของธุรกิจหลังจากที่ต้องเผชิญกับภาวะชะลอตัวมายาวนาน เขาให้เครดิตทีมงานที่ทำงานหนักในการปรับปรุงการดำเนินงานและสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า ฟิดเดลเกยังเน้นย้ำว่าทาร์เก็ตจะยังคงมุ่งเน้นการสร้างมูลค่าให้กับผู้ถือหุ้นผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพและควบคุมต้นทุนอย่างเข้มงวด
ทาร์เก็ตปรับเพิ่มคาดการณ์ยอดขายทั้งปี 2569 โดยคาดว่ายอดขายเปรียบเทียบจะเติบโตในช่วง 1.5% ถึง 2.5% จากเดิมที่คาดว่าจะทรงตัวถึงเติบโต 1% กำไรต่อหุ้นทั้งปีคาดว่าจะอยู่ในช่วง 9.80 ถึง 10.20 ดอลลาร์ สูงกว่าที่วอลล์สตรีทคาดการณ์ไว้เล็กน้อย นักวิเคราะห์หลายรายปรับเพิ่มคำแนะนำซื้อหุ้นทาร์เก็ตหลังจากผลประกอบการดังกล่าว หุ้นทาร์เก็ตปรับตัวขึ้นกว่า 5% ในการซื้อขายช่วงเช้าวันพฤหัสบดี