โซลาร์ภาคประชาชนรอบใหม่เปิดยื่น 1 ก.ค. รับซื้อไฟส่วนเกิน 2.20 บาทต่อหน่วย

โซลาร์ภาคประชาชนรอบใหม่ บ้านติดตั้งแผงโซลาร์รูฟท็อปเพื่อผลิตไฟใช้เอง
โซลาร์ภาคประชาชนรอบใหม่ บ้านติดตั้งแผงโซลาร์รูฟท็อปเพื่อผลิตไฟใช้เอง

กกพ. เห็นชอบโครงการโซลาร์ภาคประชาชนรอบใหม่ เปิดให้ กฟน. และ กฟภ. รับคำขอตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป จนกว่าปริมาณรับซื้อครบเป้าหมาย โดยกำหนดรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินรวมไม่เกิน 500 เมกะวัตต์

รอบนี้เหมาะกับเจ้าของบ้านที่ติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปหรือกำลังวางแผนติดตั้ง เพราะเปิดทางให้ผลิตไฟใช้เองและขายไฟส่วนเกินเข้าระบบได้ในอัตรา 2.20 บาทต่อหน่วย ระยะเวลารับซื้อ 10 ปี ตามประกาศของสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน

สาระสำคัญของโซลาร์ภาคประชาชนรอบใหม่

ประเด็น รายละเอียด
วันเริ่มรับคำขอ 1 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป
หน่วยงานรับคำขอ การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.)
เป้าหมายรับซื้อรวม ไม่เกิน 500 เมกะวัตต์
ปริมาณเสนอขาย ไม่เกิน 5 กิโลวัตต์ต่อมิเตอร์รับซื้อไฟฟ้า
อัตรารับซื้อ 2.20 บาทต่อหน่วย
ระยะเวลารับซื้อ 10 ปี
กำหนดจ่ายไฟเชิงพาณิชย์ ภายในปี 2570
หลักพิจารณาคำขอ First Come First Served ตามวันและเวลาที่ได้รับคำขอพร้อมเอกสารครบถ้วน

ใครควรสนใจโครงการนี้

กลุ่มแรกคือครัวเรือนที่มีการใช้ไฟช่วงกลางวัน เช่น บ้านที่มีคนอยู่ระหว่างวัน ทำงานจากบ้าน หรือมีเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟต่อเนื่อง เพราะการผลิตไฟใช้เองช่วยลดค่าไฟจากหน่วยที่ต้องซื้อจากระบบได้โดยตรง

กลุ่มที่สองคือบ้านที่กำลังประเมินความคุ้มค่าของโซลาร์รูฟท็อป การมีช่องทางขายไฟส่วนเกินในอัตราที่ประกาศไว้ช่วยให้คำนวณกระแสเงินสดของโครงการได้ชัดขึ้น แต่ยังต้องเทียบกับต้นทุนติดตั้งจริง ขนาดระบบ พฤติกรรมใช้ไฟ และเงื่อนไขของการไฟฟ้าในพื้นที่

ขายไฟได้สูงสุดเท่าไร

กกพ. ระบุว่าปริมาณพลังไฟฟ้าที่เสนอขายได้ไม่เกิน 5 กิโลวัตต์ต่อมิเตอร์รับซื้อไฟฟ้า เจ้าของบ้านยังสามารถติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดมากกว่า 5 กิโลวัตต์เพื่อใช้ไฟในบ้านได้ แต่ขายไฟเข้าระบบได้ไม่เกินเพดานตามหลักเกณฑ์โครงการ

ประกาศยังระบุว่าไม่มีข้อห้ามในการติดตั้งระบบกักเก็บพลังงาน หรือ Battery Energy Storage System (BESS) เพื่อใช้งานร่วมกับระบบผลิตไฟฟ้า ผู้สนใจจึงควรให้ผู้ติดตั้งช่วยออกแบบขนาดระบบให้สัมพันธ์กับโหลดไฟจริง ไม่ใช่ดูเฉพาะกำลังผลิตสูงสุดของแผง

ทำไมรอบนี้กระทบผู้ใช้ไฟบ้าน

โครงการนี้ต่อยอดนโยบายโซลาร์ภาคประชาชนที่เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2562 โดยมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 มอบหมายให้ กกพ. ออกระเบียบและประกาศรับซื้อไฟฟ้า

ผลต่อผู้ใช้ไฟบ้านคือมีทางเลือกเพิ่มในการจัดการค่าไฟระยะยาว โดยเฉพาะครัวเรือนที่มีพื้นที่หลังคาเหมาะกับการติดตั้งและมีความพร้อมด้านเงินลงทุน ส่วนผลต่อระบบไฟฟ้าคือช่วยเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดและกระจายแหล่งผลิตไฟฟ้าไปยังระดับครัวเรือนมากขึ้น

ก่อนยื่นคำขอต้องเช็กอะไร

  • พื้นที่รับผิดชอบของบ้านอยู่กับ กฟน. หรือ กฟภ.
  • ขนาดมิเตอร์และสภาพระบบไฟฟ้าภายในบ้านรองรับการติดตั้งหรือไม่
  • เอกสารที่การไฟฟ้ากำหนดครบหรือไม่ เพราะการพิจารณาใช้หลัก First Come First Served เมื่อเอกสารครบ
  • ต้นทุนติดตั้งจริง ระยะเวลาคืนทุน และเงื่อนไขรับประกันจากผู้ติดตั้ง
  • กำหนดจ่ายไฟเข้าระบบเชิงพาณิชย์ภายในปี 2570 ทำได้ตามแผนหรือไม่

FAQ

โซลาร์ภาคประชาชนรอบใหม่เริ่มยื่นเมื่อไร

เริ่มยื่นคำขอตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีปริมาณรับซื้อครบตามเป้าหมายของโครงการ

ขายไฟส่วนเกินได้ราคาเท่าไร

อัตรารับซื้อไฟฟ้าตามประกาศคือ 2.20 บาทต่อหน่วย ระยะเวลารับซื้อ 10 ปี

โครงการรับซื้อรวมกี่เมกะวัตต์

กำหนดเป้าหมายรับซื้อไฟฟ้ารวมไม่เกิน 500 เมกะวัตต์

บ้านหนึ่งขายไฟได้กี่กิโลวัตต์

ขายไฟเข้าระบบได้ไม่เกิน 5 กิโลวัตต์ต่อมิเตอร์รับซื้อไฟฟ้า แม้ติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าขนาดมากกว่า 5 กิโลวัตต์เพื่อใช้เองในบ้านได้

มีแบตเตอรี่ได้หรือไม่

ประกาศของ กกพ. ระบุว่าไม่มีข้อห้ามในการติดตั้งระบบกักเก็บพลังงาน (BESS) เพื่อใช้งานร่วมกับระบบผลิตไฟฟ้า

แหล่งอ้างอิง