EIA ชี้กำลังการกลั่นน้ำมันสหรัฐลดลงปี 2025: ปิดโรงกลั่น 2 แห่ง กระทบฝั่ง West Coast มากกว่า

โรงกลั่นน้ำมันสหรัฐและกำลังการกลั่นที่ลดลงในปี 2025
โรงกลั่นน้ำมันสหรัฐและกำลังการกลั่นที่ลดลงในปี 2025

EIA รายงานว่ากำลังการกลั่นน้ำมันของสหรัฐลดลงในปี 2025 โดยกำลังกลั่นแบบ operable atmospheric distillation capacity อยู่ที่ 18.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน ณ วันที่ 1 มกราคม 2026 ลดลงมากกว่า 250,000 บาร์เรลต่อวัน หรือราว 1% จากปีก่อน

ประเด็นนี้สำคัญกับตลาดพลังงาน เพราะการลดลงของกำลังกลั่นไม่ได้กระทบทุกพื้นที่เท่ากัน โดยเฉพาะฝั่ง West Coast ของสหรัฐที่มีข้อจำกัดด้านท่อส่งผลิตภัณฑ์น้ำมันจากศูนย์กลั่นใหญ่อย่าง Gulf Coast

ตัวเลขสำคัญจากรายงาน EIA

ประเด็น รายละเอียด
กำลังการกลั่น ณ 1 ม.ค. 2026 18.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน
การเปลี่ยนแปลงจาก 1 ม.ค. 2025 ลดลงมากกว่า 250,000 บาร์เรลต่อวัน หรือประมาณ 1%
จำนวนโรงกลั่นที่ยัง operable 130 แห่ง ลดลง 2 แห่งจากปี 2025
โรงกลั่นที่หยุดดำเนินงาน LyondellBasell Houston และ Phillips 66 Los Angeles
กำลังกลั่นที่หายไปจาก 2 แห่ง รวมประมาณ 400,000 บาร์เรลต่อวัน

โรงกลั่นไหนปิด และทำไมตัวเลขรวมลดไม่เท่ากำลังผลิตที่หายไป

EIA ระบุว่า LyondellBasell หยุดดำเนินงานโรงกลั่น Houston ขนาด 263,776 บาร์เรลต่อวันในเดือนมีนาคม 2025 ส่วน Phillips 66 หยุดโรงกลั่น Los Angeles ขนาด 138,700 บาร์เรลต่อวันในเดือนตุลาคม 2025 เมื่อรวมกันคิดเป็นกำลังกลั่นที่หายไปประมาณ 400,000 บาร์เรลต่อวัน

แต่ตัวเลขกำลังกลั่นรวมของประเทศลดลงสุทธิมากกว่า 250,000 บาร์เรลต่อวัน เพราะมีการเพิ่มกำลังเล็กน้อยในโรงกลั่นเดิมบางแห่ง ช่วยชดเชยส่วนหนึ่ง ไม่ใช่การขยายกำลังผลิตขนาดใหญ่

West Coast เสี่ยงกว่าภูมิภาคอื่น

แม้โรงกลั่น Los Angeles ของ Phillips 66 จะมีสัดส่วนไม่มากเมื่อเทียบทั้งประเทศ แต่ EIA ระบุว่าการปิดดังกล่าวทำให้กำลังกลั่นบน West Coast หรือ PADD 5 ลดลง 5% พื้นที่นี้มีข้อจำกัดด้านท่อส่งผลิตภัณฑ์น้ำมันจาก Gulf Coast จึงอ่อนไหวต่อการลดลงของกำลังกลั่นมากกว่าภูมิภาคที่มีการผลิตเกินความต้องการใช้ในพื้นที่

ฝั่ง Gulf Coast หรือ PADD 3 ได้รับผลจากการปิดโรงกลั่น Houston เช่นกัน แต่เป็นภูมิภาคที่ผลิตน้ำมันสำเร็จรูปมากกว่าบริโภค และมีโรงกลั่นขนาดใหญ่จำนวนมาก ทำให้กำลังกลั่นในภูมิภาคลดลงน้อยกว่า 2% หลังรวมการเพิ่มกำลังเล็กน้อยของโรงกลั่นอื่น

นักลงทุนไทยควรจับตาอะไร

  • ส่วนต่างราคาน้ำมันสำเร็จรูปกับน้ำมันดิบ หรือ refining margin ในภูมิภาคที่อุปทานตึงตัว
  • ราคาน้ำมันเบนซินและดีเซลในสหรัฐ โดยเฉพาะ West Coast
  • ข่าวปิดซ่อมและปิดถาวรของโรงกลั่น เพราะกระทบอุปทานน้ำมันสำเร็จรูปเร็วกว่าอุปสงค์น้ำมันดิบ
  • ผลต่อหุ้นพลังงานและโรงกลั่นที่มีรายได้ผูกกับค่าการกลั่น

FAQ

กำลังการกลั่นแบบ calendar day คืออะไร

คือกำลังผลิตที่ผู้ประกอบการประเมินว่าสามารถป้อนน้ำมันดิบเข้า distillation unit ได้ใน 24 ชั่วโมงภายใต้เงื่อนไขปกติ โดยรวมเวลาหยุดซ่อมทั้งที่วางแผนและไม่วางแผน

stream day capacity ต่างจาก calendar day capacity อย่างไร

stream day capacity คือกำลังสูงสุดเมื่อเดินเครื่องเต็มที่และไม่เผื่อ downtime ปกติจึงสูงกว่า calendar day capacity โดย EIA ระบุว่ามักสูงกว่าประมาณ 6%

ทำไม West Coast กระทบมากกว่า Gulf Coast

เพราะ West Coast มีท่อส่งผลิตภัณฑ์น้ำมันจาก Gulf Coast ค่อนข้างจำกัด เมื่อโรงกลั่นในพื้นที่ลดกำลังลง การชดเชยจากภูมิภาคอื่นทำได้ยากกว่า

ข่าวนี้แปลว่าราคาน้ำมันจะขึ้นทันทีหรือไม่

ยังสรุปแบบนั้นไม่ได้ ราคาน้ำมันขึ้นกับอุปสงค์ สต็อก การนำเข้า ฤดูกาล และราคาน้ำมันดิบด้วย แต่กำลังกลั่นที่ลดลงเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ตลาดน้ำมันสำเร็จรูปบางพื้นที่ตึงตัวขึ้นได้

แหล่งอ้างอิง