เอ็นวิเดียเพิ่มวงเงินซื้อคืนหุ้น 8 หมื่นล้านดอลลาร์ พร้อมขึ้นปันผล

การเพิ่มเงินคืนให้ผู้ถือหุ้นครั้งใหญ่ของเอ็นวิเดีย

เอ็นวิเดียประกาศขยายโครงการคืนทุนให้ผู้ถือหุ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยปรับเพิ่มอัตราเงินปันผลจาก 0.01 ดอลลาร์ต่อหุ้นเป็น 0.25 ดอลลาร์ต่อหุ้น นอกจากนี้ยังอนุมัติโครงการซื้อคืนหุ้นมูลค่า 8 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งเพิ่มจากวงเงินคงเหลือ 3.9 หมื่นล้านดอลลาร์จากโครงการก่อนหน้า ทำให้รวมวงเงินซื้อคืนทั้งหมดมากกว่า 1.1 แสนล้านดอลลาร์

ผู้บริหารเปิดเผยว่าตั้งเป้าจะคืนกระแสเงินสดอิสระร้อยละ 50 ให้แก่ผู้ลงทุนภายในปีปฏิทิน 2569 ซึ่งสะท้อนถึงความมั่นใจในสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งของบริษัท

บทเรียนจากแอปเปิล: การคืนทุนจุดราคาหุ้นทะยาน

มาร์ก ลิปาซิส นักวิเคราะห์จากเอเวอร์คอร์ ไอเอสไอ ระบุว่าแอปเปิลเป็นกรณีศึกษาที่ชัดเจนว่าการเพิ่มการคืนทุนสามารถเป็นตัวกระตุ้นให้อัตราส่วนราคาต่อกำไรปรับตัวสูงขึ้นหลังจากหดตัวมาหลายปี

แผนภูมิที่ลิปาซิสแสดงให้เห็นว่าหลังจากที่พี/อีของแอปเปิลหดตัวต่อเนื่องห้าปี อัตราส่วนดังกล่าวเริ่มขยายตัวเมื่อโครงการคืนทุนเพิ่มขึ้น เขาคาดว่าเอ็นวิเดียจะเป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยบริษัทอาจเพิ่มความใจกว้างในโครงการคืนทุนในช่วงปี 2570

แนวโน้มนี้สอดคล้องกับความเห็นของนักลงทุนที่มองว่าการคืนเงินสดให้ผู้ถือหุ้นอย่างสม่ำเสมอจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและดึงดูดกลุ่มผู้ลงทุนระยะยาว โดยเฉพาะเมื่อบริษัทอยู่ในช่วงที่กำไรเติบโตสูง

เอ็นวิเดียยังตามหลังคู่แข่งในด้านการคืนทุน

วิเวก อารยา นักวิเคราะห์จากธนาคารอเมริกาเปิดเผยผลวิจัยล่าสุดว่าในช่วงปี 2565-2568 เอ็นวิเดียจัดสรรกระแสเงินสดอิสระเพียงร้อยละ 47 สำหรับซื้อคืนหุ้นและจ่ายปันผล ในขณะที่กลุ่มเพื่อนร่วมอุตสาหกรรมคืนทุนเฉลี่ยประมาณร้อยละ 80

สาเหตุที่เอ็นวิเดียคืนทุนน้อยกว่าเพราะบริษัทนำเงินไปลงทุนในระบบนิเวศปัญญาประดิษฐ์ เช่น การลงทุนในโอเพนเอไอและแอนโธรปิก ซึ่งอารยามองว่าถูกมองว่าเป็นความเสี่ยงจากการให้เงินกู้หมุนเวียนอย่างไม่เป็นธรรม

การเพิ่มการคืนทุนให้ผู้ถือหุ้นอาจช่วยขยายฐานผู้ถือหุ้น ลดช่องว่างด้านมูลค่าเมื่อเทียบกับคู่แข่ง และลดข้อกังวลเรื่องการให้เงินกู้หมุนเวียนดังกล่าว อารยากล่าว

ปฏิกิริยาตลาดและมุมมองระยะยาว

แม้หุ้นเอ็นวิเดียจะมีปฏิกิริยาที่เงียบเหงาต่อผลประกอบการในวันพุธ เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับอัตราการเติบโตสูงสุด แต่ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าอย่าประเมินพลังบวกของโครงการซื้อคืนหุ้นและเงินปันผลต่ำเกินไป โดยเฉพาะเมื่อบริษัทชั้นนำเพิ่มผลตอบแทนให้ผู้ลงทุน

การประกาศครั้งนี้ของเอ็นวิเดียสอดคล้องกับแนวโน้มที่บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่หันมาให้ความสำคัญกับการคืนกำไรสู่ผู้ถือหุ้นมากขึ้น ซึ่งอาจเป็นปัจจัยหนุนให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นในระยะกลางถึงยาว

สรุปแล้ว แม้ตลาดอาจยังไม่ตอบรับในทันที แต่ประวัติศาสตร์จากแอปเปิลแสดงให้เห็นว่าการเพิ่มเงินปันผลและซื้อคืนหุ้นสามารถเป็นตัวเร่งที่ทรงพลังให้เกิดการปรับค่าใหม่ของราคาหุ้น โดยเฉพาะเมื่อบริษัทมีกระแสเงินสดแข็งแกร่งและมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง