ภาพรวมและที่มาของกระแสการลงทุน
กองทุน Fidelity Growth Strategies Fund ซึ่งบริหารโดย Fidelity Investments ได้เผยแพร่จดหมายถึงผู้ถือหน่วยลงทุนประจำไตรมาสแรกของปี 2569 โดยระบุถึงปัจจัยหนุนสำคัญที่ส่งผลให้พอร์ตการลงทุน outperformance ดัชนีอ้างอิง Russell Midcap Growth Index อย่างมีนัยสำคัญ ในช่วงที่ตลาดหุ้นสหรัฐเผชิญความผันผวนจากความกังวลเกี่ยวกับความยั่งยืนของการลงทุนในปัญญาประดิษฐ์ (AI) และความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
กองทุนดังกล่าวมุ่งเน้นลงทุนในหุ้น growth ขนาดกลางของสหรัฐ โดยให้ความสำคัญกับบริษัทที่มีความสามารถในการแข่งขันที่แข็งแกร่งและมีศักยภาพการเติบโตเหนือค่าเฉลี่ยในระยะยาว ผลตอบแทนของกองทุนในไตรมาสแรกอยู่ที่ -3.21% ซึ่งดีกว่าดัชนี Russell Midcap Growth Index ที่ติดลบถึง 6.35% โดยปัจจัยหลักมาจากการคัดเลือกอุตสาหกรรมและหุ้นรายตัว โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรม (industrials)
MasTec และหุ้นโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง
หนึ่งในหุ้นเด่นที่กองทุนกล่าวถึงคือ MasTec, Inc. (NYSE: MTZ) ซึ่งเป็นบริษัทวิศวกรรมและก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่ให้บริการด้านการสื่อสาร พลังงาน สาธารณูปโภค และโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ ณ วันที่ 19 พฤษภาคม 2569 ราคาปิดของ MasTec อยู่ที่ 385 ดอลลาร์ต่อหุ้น โดยให้ผลตอบแทนรายเดือน 2.26% และเพิ่มขึ้นถึง 147.84% ในรอบ 52 สัปดาห์ มีมูลค่าตลาดประมาณ 30.42 พันล้านดอลลาร์
นอกจาก MasTec แล้ว กองทุนยังเน้นการลงทุนในหุ้นกลุ่ม capital goods อื่นๆ เช่น Sterling Infrastructure (บวก 33%) และ Comfort Systems USA (บวก 47%) ซึ่งทั้งหมดเป็นหุ้นที่กองทุนมีน้ำหนักการลงทุนเกินดัชนี (overweight) และเป็นปัจจัยบวกต่อผลการดำเนินงานของพอร์ตอย่างมีนัยสำคัญ
บทบาทของ AI ต่อธุรกิจของ MasTec
ในจดหมายถึงผู้ถือหน่วยลงทุน กองทุน Fidelity Growth Strategies Fund ระบุว่าสิ่งที่บริษัทเหล่านี้มีเหมือนกันคือธุรกิจของพวกเขาเติบโตอย่างก้าวกระโดด ซึ่งเป็นผลโดยตรงหรือโดยอ้อมจากการลงทุนมหาศาลที่กำลังเกิดขึ้นในการสร้างศูนย์ข้อมูลที่รองรับการทำงานของ AI โดยเฉพาะ MasTec มีความเชี่ยวชาญด้านโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและพลังงานไฟฟ้า ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจากศูนย์ข้อมูล AI
แม้ว่ากองทุนจะปรับลดสัดส่วนการถือหุ้นในหุ้นทั้งสามตัวนี้เล็กน้อยในไตรมาสดังกล่าวเพื่อจัดการขนาดพอร์ต แต่หุ้นทั้งหมดยังคงอยู่ใน 20 อันดับแรกของการลงทุนที่มีน้ำหนักเกินดัชนีของกองทุน สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในแนวโน้มระยะยาวของธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับ AI
แนวโน้มและการปรับพอร์ต
ในช่วงที่ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวลงในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ นักลงทุนได้หันไปใช้กลยุทธ์เชิงรับ (defensive) โดยเน้นหุ้นขนาดใหญ่ที่มีเสถียรภาพ ส่งผลให้หุ้น value outperformance หุ้น growth อย่างไรก็ตาม กองทุน Fidelity Growth Strategies Fund ยังคงให้ความสำคัญกับบริษัทที่มี ‘คูเมือง’ ทางธุรกิจที่แข็งแกร่งและมีศักยภาพในการเติบโต โดยมองว่าการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับ AI ยังคงมีโอกาสสูงในระยะยาว
ข้อมูลจากฐานข้อมูลของ Insider Monkey ระบุว่า ณ สิ้นไตรมาสที่สี่ของปีก่อน มีกองทุนเฮดจ์ฟันด์จำนวน 71 แห่งที่ถือหุ้น MasTec เพิ่มขึ้นจาก 67 แห่งในไตรมาสก่อนหน้า แสดงให้เห็นถึงความสนใจจากนักลงทุนสถาบันที่เพิ่มขึ้น แม้ว่าหุ้น MasTec จะมีศักยภาพ แต่ยังมีหุ้น AI อีกหลายตัวที่ให้ upside สูงกว่าและ downside risk ต่ำกว่า โดยเฉพาะหุ้น AI ที่ได้รับประโยชน์จากนโยบายภาษีของทรัมป์และแนวโน้มการย้ายฐานการผลิตกลับประเทศ (onshoring)
สรุป
การลงทุนในหุ้น MasTec และบริษัทโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ ภายใต้กองทุน Fidelity Growth Strategies Fund สะท้อนให้เห็นถึงกลยุทธ์การลงทุนที่มุ่งเน้นธุรกิจที่ได้รับผลประโยชน์โดยตรงจากเมกะเทรนด์ AI ซึ่งกำลังขับเคลื่อนความต้องการโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและศูนย์ข้อมูล แม้ตลาดจะมีความผันผวนในระยะสั้น แต่กองทุนยังคงมั่นใจในแนวโน้มการเติบโตของบริษัทเหล่านี้ และได้ปรับพอร์ตเพื่อรักษาสมดุลระหว่างโอกาสและความเสี่ยง