ภาพรวมตลาดหุ้นสหรัฐฯ
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดตลาดในวันพฤหัสบดีที่ 21 พฤษภาคม ปรับตัวเพิ่มขึ้น 276 จุด โดยได้รับปัจจัยบวกจากราคาน้ำมันที่ลดลง หลังจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ ส่งสัญญาณถึงความคืบหน้าในการเจรจาสันติภาพกับอิหร่าน แม้ว่าทั้งสองฝ่ายยังคงมีข้อขัดแย้งในเรื่องคลังสำรองยูเรเนียมของอิหร่านและการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก
ภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กมีความผันผวน โดยดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวลดลงในช่วงแรก ก่อนจะดีดตัวกลับมาอยู่ในแดนบวก หลังจากราคาน้ำมันอ่อนแรงลง ท่ามกลางสัญญาณบ่งชี้ถึงความคืบหน้าในการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน
การเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน
มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ แถลงต่อสื่อว่าการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านมีสัญญาณที่ดีในระดับหนึ่ง แต่เตือนว่าข้อตกลงทางการทูตจะไม่เกิดขึ้นหากอิหร่านยังคงใช้ระบบจัดเก็บค่าผ่านทางในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญ ขณะที่แหล่งข่าวระดับสูงของอิหร่านระบุว่ายังไม่มีการบรรลุข้อตกลงใด ๆ กับสหรัฐฯ แต่ความเห็นต่างของทั้งสองฝ่ายเริ่มลดน้อยลง โดยประเด็นการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมและการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซของอิหร่านยังคงเป็นประเด็นที่ยังหาข้อสรุปไม่ได้
ในขณะเดียวกันมีรายงานว่าโมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ได้ออกคำสั่งว่าคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะของอิหร่านจะต้องไม่ถูกส่งออกไปยังต่างประเทศ เนื่องจากเชื่อว่าการส่งวัสดุดังกล่าวออกไปจะทำให้อิหร่านมีความเปราะบางต่อการถูกสหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีในอนาคต การเคลื่อนไหวนี้เป็นการแสดงจุดยืนที่แข็งกร้าวต่อข้อเรียกร้องของสหรัฐฯ ในการทำข้อตกลงสันติภาพ ตามการประเมินของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) อิหร่านมียูเรเนียมเสริมสมรรถนะระดับ 60% มากกว่า 440 กิโลกรัม ซึ่งถูกฝังอยู่ใต้ซากปรักหักพังของโรงงานนิวเคลียร์ที่ถูกสหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีระหว่างสงคราม 12 วันในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2568
ผลประกอบการและหุ้นรายตัว
หุ้น 8 ใน 11 กลุ่มในดัชนี S&P500 ปิดในแดนบวก โดยหุ้นกลุ่มสาธารณูปโภคปรับตัวขึ้น 1.03% หุ้นกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยเพิ่มขึ้น 0.77% ส่วนหุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคร่วงลง 1.63% และหุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวลง 1.01%
หุ้น Walmart ร่วงลง 7.3% หลังจากบริษัทเปิดเผยตัวเลขคาดการณ์กำไรในไตรมาสที่ 2 ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์ประเมิน และยังคงเป้าหมายกำไรรายปีไว้เท่าเดิม โดยจอห์น เดวิด เรนีย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงินของ Walmart กล่าวว่าผู้บริโภคกำลังเผชิญกับแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น และหากสภาพแวดล้อมที่มีต้นทุนสูงยังคงดำเนินต่อไป บริษัทคาดว่าเงินเฟ้อของราคาขายปลีกจะสูงขึ้นในไตรมาสที่ 2 และในช่วงครึ่งปีหลัง
หุ้น Nvidia ปิดตลาดปรับตัวลง 1.8% เนื่องจากนักลงทุนเทขายทำกำไร และมองว่า Nvidia อาจเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้นจากคู่แข่งอย่าง Intel และ Advanced Micro Devices (AMD)
หุ้น IBM พุ่งขึ้น 12.4% หลังจากมีรายงานว่ารัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะให้เงินทุนแก่บริษัทด้านควอนตัมคอมพิวติ้ง รวมถึงกิจการร่วมค้าแห่งใหม่ของ IBM เพื่อแลกกับการที่รัฐบาลจะเข้ามาถือหุ้นในบริษัทเหล่านี้ ข่าวดังกล่าวช่วยหนุนหุ้นธุรกิจควอนตัมคอมพิวติ้งรายอื่น ๆ ปรับตัวขึ้น โดยหุ้น GlobalFoundries พุ่งขึ้น 14.9%, หุ้น D-Wave Quantum ทะยานขึ้น 33.4%, หุ้น Rigetti Computing พุ่งขึ้น 30.6% และหุ้น Infleqtion พุ่งขึ้น 31.5%
ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ
กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ รายงานว่าตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในสัปดาห์ที่แล้วลดลง 3,000 ราย สู่ระดับ 209,000 ราย ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ 213,000 ราย ขณะที่เอสแอนด์พี โกลบอลเปิดเผยว่าดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเบื้องต้นเดือนพฤษภาคมของสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 55.3 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 48 เดือน จากระดับ 54.5 ในเดือนเมษายน โดยดัชนีที่สูงกว่า 50 บ่งชี้ว่าภาคการผลิตมีการขยายตัว