ค่าเงินบาทแข็งค่าจากความหวังเจรจาหยุดยิง

เปิดตลาดค่าเงินบาท

วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤษภาคม 2569 ค่าเงินบาทเปิดเช้าที่ระดับ 32.58 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าขึ้นจากระดับปิดวันก่อนหน้าที่ 32.69 บาทต่อดอลลาร์ โดยกรอบการเคลื่อนไหวในวันนี้คาดว่าจะอยู่ระหว่าง 32.45-32.75 บาทต่อดอลลาร์

ในช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาทพลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นทดสอบแนวรับ 32.50 บาทต่อดอลลาร์ หลังจากผู้เล่นในตลาดมีความหวังมากขึ้นต่อแนวโน้มการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐและอิหร่าน มีรายงานว่า ทั้งสองฝ่ายอาจจัดการเจรจาสันติภาพอีกครั้งที่ปากีสถานช่วงปลายเดือนพฤษภาคม หลังสิ้นสุดพิธีฮัจญ์ ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ย้ำว่าสหรัฐใกล้บรรลุข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่านในเร็ววัน

นอกจากนี้ มีข่าวว่าเรือบรรทุกน้ำมันและเรือสินค้าหลายลำสามารถผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ซึ่งกดดันให้ราคาน้ำมันดิบดิ่งลงประมาณ 5% ในช่วงเย็นที่ผ่านมา ส่วนเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปีสหรัฐปรับตัวลดลงเล็กน้อย ขณะที่ราคาทองคำดีดตัวทะลุระดับ 4,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์อีกครั้ง

ปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อเงินบาท

การแข็งค่าของเงินบาทสอดคล้องกับการปรับลดโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในปีนี้ เหลือประมาณ 66% จากก่อนหน้าที่สูงกว่า 80% อย่างไรก็ตาม การแข็งค่าของเงินบาทถูกชะลอลงบ้างเมื่อเข้าใกล้แนวรับ เนื่องจากเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ชะลอการปรับตัวลง ส่วนราคาทองคำเริ่มแกว่งตัวในกรอบ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังสูง

นักวิเคราะห์ยังคงมุมมองว่า เงินบาทมีความเสี่ยงแบบสองทิศทาง (Two-way risk) ในระยะสั้น ขึ้้นกับพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง แนะนำให้ผู้เล่นในตลาดใช้กลยุทธ์ป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลาย โดยเฉพาะการใช้ Options เพื่อเสริมประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนในภาวะที่ตลาดมีความไม่แน่นอนสูง

ในช่วงระหว่างวัน เงินบาทอาจได้รับแรงหนุนฝั่งแข็งค่าจากภาวะเปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงิน โดยเฉพาะหากตลาดหุ้นเอเชียกลับมาเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น ซึ่งจะเห็นการปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่ม AI/Semiconductor ในเอเชีย ส่งผลให้ค่าเงินอย่างวอนเกาหลีใต้และดอลลาร์ไต้หวันแข็งค่าขึ้นด้วย นอกจากนี้ การปรับตัวลงของบอนด์ยีลด์ระยะยาวสหรัฐอาจช่วยชะลอการปรับขึ้นของบอนด์ยีลด์ระยะยาวไทย ทำให้ต่างชาติกลับมาซื้อพันธบัตรไทยระยะยาวมากขึ้น

แนวโน้มและคำแนะนำ

นักวิเคราะห์เน้นย้ำว่าเงินบาทยังเสี่ยงเผชิญความผันผวนสองทิศทางตามสถานการณ์ตะวันออกกลาง หากเงินบาทอ่อนค่า จะมีแนวต้านที่ 32.75-32.85 บาทต่อดอลลาร์ แต่หากสงครามทวีความรุนแรง เงินบาทอาจอ่อนค่าลงทดสอบแนวต้านสำคัญ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ได้ไม่ยาก

ในทางกลับกัน หากเงินบาทแข็งค่าทะลุแนวรับ 32.00 บาทต่อดอลลาร์ในกรอบรายสัปดาห์ได้ชัดเจน จึงจะปรับมุมมองว่าเงินบาทมีโอกาสกลับเข้าสู่แนวโน้มแข็งค่าอีกครั้ง ปัจจัยที่ต้องติดตามคือความชัดเจนของการเจรจาหยุดยิง การปรับตัวลงของราคาน้ำมันดิบ เงินดอลลาร์ และบอนด์ยีลด์ รวมถึงการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำ

ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยดัชนี S&P500 ปิดบวก 1.08% และ Nasdaq บวก 1.54% จากความหวังผลประกอบการของ Nvidia ที่หนุนหุ้นกลุ่ม AI/Semiconductor เช่น AMD +8.1% และ Intel +7.4% ขณะที่หุ้นกลุ่มพลังงานปรับลงตามราคาน้ำมัน ส่วนตลาดหุ้นยุโรป ดัชนี STOXX600 บวก 1.46% จากความหวังเจรจาหยุดยิงและผลประกอบการที่ดีกว่าคาด

ส่วนตลาดบอนด์ บอนด์ยีลด์ 10 ปีสหรัฐปรับตัวลงสู่ 4.60% หลังผู้เล่นในตลาดลดความคาดหวังการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด สะท้อนความเสี่ยงสองทิศทางที่ยังคงอยู่ นักลงทุนควรใช้ Scenario Analysis และ Options เพื่อบริหารความเสี่ยงในช่วงที่ตลาดมีความผันผวนสูง