เงินเฟ้อพื้นฐานญี่ปุ่นต่ำสุดรอบ4ปีกดดันขึ้นดอกเบี้ย

สรุปตัวเลขเงินเฟ้อ

อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานของญี่ปุ่น ซึ่งไม่รวมราคาอาหารสด ปรับตัวลดลงแตะระดับ 1.6% ในเดือนเมษายน 2569 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบกว่า 4 ปี และต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ที่ 1.7% ในการสำรวจของรอยเตอร์ นอกจากนี้ยังลดลงจากระดับ 1.8% ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ตัวเลขดังกล่าวบ่งชี้ว่าแรงกดดันด้านราคาในระบบเศรษฐกิจญี่ปุ่นกำลังคลี่คลายลงอย่างต่อเนื่อง สวนทางกับความพยายามของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ที่ต้องการผลักดันให้เงินเฟ้อเข้าใกล้เป้าหมาย 2% อย่างยั่งยืน

ผลกระทบต่อนโยบายการเงิน

การชะลอตัวของอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานดังกล่าวทำให้กรณีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางญี่ปุ่นอ่อนแอลงอย่างมีนัยสำคัญ ก่อนหน้านี้ BOJ ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจากระดับติดลบในเดือนมีนาคม 2567 และขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนมกราคม 2568 แต่ด้วยสัญญาณเงินเฟ้อที่ชะลอตัว นักวิเคราะห์หลายรายคาดว่า BOJ จะยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 0.5% ในช่วงที่เหลือของปีนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาถึงความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและผลกระทบจากนโยบายการค้าของสหรัฐฯ

ผู้ว่าการ BOJ นายคาซูโอะ อูเอดะ ได้ส่งสัญญาณก่อนหน้านี้ว่าธนาคารกลางจะปรับขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่องหากแนวโน้มเงินเฟ้อและค่าจ้างเป็นไปในทิศทางที่แข็งแกร่ง แต่ตัวเลขเงินเฟ้อล่าสุดกลับชี้ให้เห็นว่าแรงผลักดันด้านราคายังไม่เพียงพอที่จะสนับสนุนการปรับนโยบายการเงินให้ตึงตัวขึ้นอีก

แนวโน้มเศรษฐกิจญี่ปุ่น

การชะลอตัวของเงินเฟ้อเกิดจากหลายปัจจัย อาทิ การชะลอตัวของต้นทุนการนำเข้า โดยเฉพาะพลังงานและวัตถุดิบ รวมถึงการใช้จ่ายภาคครัวเรือนที่ยังคงฟื้นตัวช้า แม้ว่าญี่ปุ่นจะผ่านการขึ้นค่าแรงครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี แต่กำลังซื้อของผู้บริโภคยังถูกกดดันจากค่าครองชีพที่สูงขึ้น ทำให้อัตราเงินเฟ้อไม่สามารถเร่งตัวขึ้นได้ตามที่ BOJ คาดไว้

นอกจากนี้ ภาคการส่งออกของญี่ปุ่นยังเผชิญความท้าทายจากความผันผวนของค่าเงินเยนและการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน ซึ่งเป็นคู่ค้าสำคัญ สถานการณ์ดังกล่าวเพิ่มความกดดันให้ BOJ ต้องดำเนินนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายต่อไปเพื่อสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ

นักเศรษฐศาสตร์หลายสำนักคาดการณ์ว่า BOJ อาจจะยังไม่ปรับขึ้นดอกเบี้ยจนกว่าจะเห็นสัญญาณที่ชัดเจนยิ่งขึ้นของเงินเฟ้อที่ยั่งยืน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปรับขึ้นค่าแรงในวงกว้างที่สามารถส่งผ่านไปยังราคาสินค้าและบริการได้อย่างทั่วถึง ตัวเลขเงินเฟ้อพื้นฐานที่ต่ำกว่าระดับ 2% อย่างต่อเนื่องทำให้นักลงทุนและตลาดการเงินลดความคาดหวังเกี่ยวกับการขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้ แม้ว่า BOJ จะยังคงย้ำถึงแผนการปรับนโยบายการเงินให้เป็นปกติในระยะยาวก็ตาม

ภาพรวมเศรษฐกิจญี่ปุ่นยังคงเปราะบาง แม้ภาคบริการและตลาดแรงงานจะตึงตัว แต่การใช้จ่ายผู้บริโภคและอุปสงค์ภายในยังไม่แข็งแกร่งพอที่จะผลักดันเงินเฟ้อให้สูงขึ้น การที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานลดลงอย่างมีนัยสำคัญในเดือนเมษายนจึงเป็นสัญญาณเตือนว่าเส้นทางของนโยบายการเงินของญี่ปุ่นอาจต้องใช้ความระมัดระวังมากขึ้นกว่าที่คาดไว้

สำหรับนักลงทุน การชะลอตัวของเงินเฟ้อและแนวโน้มดอกเบี้ยต่อเนื่องทำให้ค่าเงินเยนมีโอกาสอ่อนค่าลงอีก ขณะที่ตลาดหุ้นญี่ปุ่นอาจได้รับแรงหนุนจากนโยบายการเงินที่ยังผ่อนคลาย ทว่าความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ต้องจับตา การตัดสินใจของ BOJ ในการประชุมครั้งต่อไปในเดือนมิถุนายนและกรกฎาคมจะถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดว่าธนาคารกลางจะยังคงส่งสัญญาณดอกเบี้ยขาขึ้นหรือปรับท่าทีให้ผ่อนคลายลงตามสภาพเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไป