แคนาดา-อินเดียมี Wegovy สามัญ แต่สหรัฐฯ ยังไม่มี เพราะอะไร?

ภาพรวมการเข้าถึงยา Ozempic และ Wegovy ทั่วโลก

ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ประชากรโลกกว่า 40% จะสามารถเข้าถึงยา Ozempic และ Wegovy ในรูปแบบยาสามัญหรือยาเจนเนอริกที่มีราคาถูกลงอย่างมาก โดยคาดว่าค่าใช้จ่ายต่อเดือนอาจลดลงเหลือเพียง 15 ดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรมยา โดยเฉพาะกลุ่มยาลดน้ำหนักและควบคุมน้ำตาลในเลือดที่ได้รับความนิยมอย่างสูงทั่วโลก

ปัจจุบันแคนาดาและอินเดียเป็นประเทศแรกๆ ที่ได้เปิดให้มียาสามัญของ Wegovy ออกสู่ตลาดแล้ว ขณะที่ประเทศอื่นๆ อย่าง จีน บราซิล และอีกหลายประเทศในเอเชียและละตินอเมริกาก็กำลังเตรียมพร้อมที่จะตามมา การเคลื่อนไหวนี้ช่วยให้ผู้ป่วยที่มีรายได้น้อยสามารถเข้าถึงการรักษาที่มีประสิทธิภาพได้มากขึ้น ลดภาระค่าใช้จ่ายที่เคยสูงถึงหลายร้อยหรือหลายพันดอลลาร์ต่อเดือนในสหรัฐอเมริกาและยุโรป

เหตุใดสหรัฐฯ ยังไม่มีตัวเลือกยาสามัญ?

สาเหตุหลักที่ทำให้สหรัฐอเมริกายังไม่มียาลดน้ำหนัก Ozempic และ Wegovy ในรูปแบบสามัญคือ ระบบสิทธิบัตรที่เข้มงวดและซับซ้อน บริษัท Novo Nordisk เจ้าของสิทธิบัตรดั้งเดิมของยาเหล่านี้ ได้ยื่นจดสิทธิบัตรครอบคลุมทั้งตัวสารออกฤทธิ์ กระบวนการผลิต และแม้แต่รูปแบบการใช้งาน ทำให้สิทธิบัตรเหล่านี้มีอายุยาวนานถึง 20 ปี หรือมากกว่า โดยสิทธิบัตรหลักของ Wegovy และ Ozempic ในสหรัฐฯ จะหมดอายุในช่วงปี 2031-2032 ขณะที่สิทธิบัตรเสริมอีกหลายฉบับอาจขยายอายุออกไปได้อีก

นอกจากนี้ ระบบกฎหมายสิทธิบัตรของสหรัฐฯ ยังเปิดโอกาสให้บริษัทยาต้นแบบยื่นฟ้องร้องบริษัทที่ผลิตยาสามัญในข้อหาละเมิดสิทธิบัตร ซึ่งมักใช้เวลาในการดำเนินคดีหลายปี ทำให้บริษัทเจนเนอริกหลายแห่งลังเลที่จะเริ่มกระบวนการผลิตและขออนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (FDA) เพราะกลัวค่าใช้จ่ายทางกฎหมายที่สูงเกินไป

ผลกระทบต่อผู้ป่วยและระบบสาธารณสุข

การขาดแคลนยาสามัญในสหรัฐฯ ส่งผลให้ผู้ป่วยหลายล้านคนต้องแบกรับค่าใช้จ่ายสูงถึงเดือนละ 1,000-1,500 ดอลลาร์สำหรับ Wegovy หรือ Ozempic โดยเฉพาะผู้ที่ไม่มีประกันสุขภาพ หรือมีประกันที่ไม่ครอบคลุมยาลดน้ำหนัก สถานการณ์นี้ยิ่งตอกย้ำความเหลื่อมล้ำทางสุขภาพในประเทศที่ร่ำรวยที่สุดในโลก

ในทางกลับกัน ประเทศอย่างแคนาดาซึ่งมีระบบควบคุมราคายาที่เข้มงวด สามารถผลักดันให้มียาสามัญออกสู่ตลาดได้เร็วกว่า ส่งผลให้ผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาได้ในราคาที่ถูกลงหลายเท่า ส่วนอินเดียซึ่งเป็นศูนย์กลางการผลิตยาสามัญของโลก ใช้ประโยชน์จากกฎหมายสิทธิบัตรที่อนุญาตให้ผลิตยาสามัญได้เร็วขึ้น เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคอ้วนที่มีจำนวนมากในประเทศ

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางรายมองว่า สหรัฐฯ อาจต้องรอจนถึงปี 2032 หรือหลังจากนั้นถึงจะเริ่มเห็นยาสามัญของ Wegovy ออกสู่ตลาด เว้นแต่จะมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายด้านสิทธิบัตรหรือแรงกดดันจากภาคประชาชนและรัฐบาลให้เร่งกระบวนการ อนาคตของการเข้าถึงยาลดน้ำหนักในสหรัฐฯ ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเมื่อความต้องการใช้ยาเหล่านี้เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สิ่งที่แน่นอนคือ การกระจายตัวของยาสามัญในประเทศอื่นๆ ทั่วโลกจะช่วยกดดันให้เกิดการแข่งขันด้านราคา และอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมยาระดับโลก ผู้ป่วยในประเทศที่มียาสามัญจะได้รับประโยชน์อย่างมาก ขณะที่ผู้ป่วยในสหรัฐฯ ยังคงต้องรอคอยโอกาสนั้นต่อไป