แนวทางการผ่อนปรนการส่งออก
กระทรวงพลังงานอยู่ระหว่างการพิจารณาทบทวนนโยบายการส่งออกน้ำมันอากาศยานชนิดเจท เอ 1 ซึ่งปัจจุบันมีปริมาณสำรองสูงเกินระดับที่กำหนดไว้ โดยเบื้องต้นหากมีปริมาณสำรองเพียงพอต่อความต้องการใช้ภายในประเทศแล้ว ส่วนที่เหลือจะสามารถส่งออกไปยังต่างประเทศได้ โดยต้องคำนึงถึงความมั่นคงด้านพลังงานเป็นหลัก
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงพลังงานระบุว่า การเปิดทางให้ส่งออกจะช่วยบริหารจัดการสต๊อกน้ำมันส่วนเกินที่มีอยู่มาก ขณะที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกยังคงผันผวน การส่งออกจะช่วยสร้างรายได้และลดภาระการเก็บรักษา
ความต้องการจากประเทศเพื่อนบ้าน
ประเทศที่สนใจนำเข้าเจท เอ 1 จากไทย ได้แก่ สปป.ลาว เมียนมา เวียดนาม และฟิลิปปินส์ โดยบางประเทศได้ส่งหนังสือแสดงความจำนงอย่างเป็นทางการมาแล้ว คาดว่าภายในเดือนหน้าจะสามารถเริ่มส่งออกได้จริง ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมการกลั่นน้ำมันของไทย
สำหรับปริมาณความต้องการใช้น้ำมันดีเซลและน้ำมันอากาศยานในปัจจุบันอยู่ที่วันละ 70 ล้านลิตร ขณะที่ประเทศต้องมีปริมาณสำรองรวม 300 ล้านลิตร หรือประมาณ 17-20 วัน เพื่อความปลอดภัย
บทลงโทษสำหรับการกระทำผิด
หากพบว่ามีการละเมิดกฎหมายเกี่ยวกับการส่งออกหรือการสำรองน้ำมัน จะมีบทลงโทษตามมาตรา 10 ซึ่งมีโทษปรับไม่เกิน 100,000 บาท จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนความผิดตามมาตรา 7 มีโทษหนักขึ้น คือปรับไม่เกิน 200,000 บาท และจำคุกไม่เกิน 2 ปี
ทั้งนี้ รัฐบาลย้ำว่ากฎระเบียบต้องเป็นไปตามที่กำหนดไว้ เพื่อป้องกันการขาดแคลนน้ำมันในประเทศและรักษาเสถียรภาพด้านพลังงานในระยะยาว
สรุปสถานการณ์
การพิจารณาอนุญาตส่งออกน้ำมันอากาศยานเจท เอ 1 สะท้อนถึงการปรับตัวของภาคพลังงานไทยต่อภาวะอุปทานล้นตลาด โดยเฉพาะเมื่อประเทศเพื่อนบ้านมีความต้องการนำเข้าเพิ่มขึ้น การดำเนินการในครั้งนี้คาดว่าจะเกิดผลเป็นรูปธรรมภายในเดือนหน้า ซึ่งจะเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจและช่วยจัดการสต๊อกน้ำมันส่วนเกินได้อย่างมีประสิทธิภาพ