ภาพรวมตลาดหุ้นนิวยอร์ก
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดปรับตัวขึ้น 645 จุดในวันพุธที่ผ่านมา โดยได้แรงหนุนจากนักลงทุนที่เข้าซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์อย่างคึกคัก ก่อนที่บริษัท Nvidia จะเปิดเผยผลประกอบการซึ่งถือเป็นจุดสนใจสำคัญของตลาดในช่วงนี้ นอกจากนี้ ตลาดยังได้ปัจจัยบวกจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีที่ชะลอตัวลงหลังจากปรับตัวขึ้นติดต่อกันสามวันและแตะระดับสูงสุดในรอบ 16 เดือน ความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อที่เกิดจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นเริ่มลดลง ส่งผลให้บรรยากาศการลงทุนกลับมาคึกคักอีกครั้ง
Nvidia จุดสนใจของตลาดและทิศทาง AI โลก
Nvidia ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิปปัญญาประดิษฐ์รายใหญ่ที่สุดในโลกและเป็นบริษัทที่มีมูลค่าสูงที่สุด มีกำหนดรายงานผลประกอบการหลังตลาดปิดทำการในวันนี้ นักวิเคราะห์จาก Goldman Sachs ระบุว่า Nvidia มีส่วนช่วยหนุนผลตอบแทนของดัชนี S&P500 ประมาณ 20% ในปีนี้ ด้วยเหตุนี้ผลประกอบการของบริษัทจึงเป็นที่จับตาของนักลงทุนในตลาดหุ้นและสินทรัพย์ทุกประเภท โดยใช้เป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าการขยายโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI กำลังดำเนินไปในทิศทางใด ตลาดคาดการณ์ว่าผลประกอบการของ Nvidia จะออกมาดีเกินคาด เนื่องจากความต้องการชิป AI ยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่และการลงทุนของภาครัฐ
ปัจจัยอื่นที่สนับสนุนตลาด
หุ้น 8 ใน 11 กลุ่มของดัชนี S&P500 ปิดในแดนบวก โดยหุ้นกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยพุ่งขึ้น 2.5% ตามมาด้วยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่เพิ่มขึ้น 1.87% ขณะที่หุ้นกลุ่มพลังงานร่วงลง 2.6% และหุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคลดลง 0.97% หุ้น Nvidia ปิดตลาดบวก 1.3% ขณะที่ดัชนีหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ฟิลาเดลเฟียพุ่งขึ้นถึง 4.5% โดยหุ้นที่ปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่นได้แก่ Astera Labs ที่ทะยานขึ้น 17.7% และ ARM Holdings ซึ่งจดทะเบียนในตลาดหุ้นนิวยอร์กพุ่งขึ้น 15% แสดงให้เห็นถึงความสนใจของนักลงทุนในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ที่เกี่ยวข้องกับ AI
หุ้นรายตัวและปัจจัยเฉพาะ
หุ้น Target บริษัทค้าปลีกสหรัฐร่วงลง 3.9% หลังจากบริษัทออกมาเตือนถึงสภาพแวดล้อมเศรษฐกิจมหภาคที่ท้าทาย แม้จะปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของยอดขายรายปีเป็นสองเท่าก็ตาม ขณะที่หุ้น Walmart ซึ่งเป็นบริษัทค้าปลีกรายใหญ่ที่สุดของสหรัฐร่วงลง 2.5% ก่อนที่จะเปิดเผยผลประกอบการในวันนี้ สะท้อนความกังวลของผู้บริโภคต่อภาวะเศรษฐกิจโดยรวม
บรรยากาศการลงทุนและมุมมองต่อ AI
นักลงทุนในตลาดหุ้นนิวยอร์กยังคงให้ความสำคัญกับหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ AI อย่างต่อเนื่อง โดยมองว่าเป็นเมกะเทรนด์ที่มีการเติบโตสูงในระยะยาว การที่ Nvidia เตรียมรายงานผลประกอบการจึงไม่เพียงส่งผลต่อราคาหุ้นของบริษัทเอง แต่ยังส่งผลต่อความเชื่อมั่นของกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และตลาดโดยรวมด้วย นักวิเคราะห์หลายแห่งคาดว่ายอดขายชิป AI ของ Nvidia จะยังคงขยายตัวได้ดีจากความต้องการของศูนย์ข้อมูลและบริษัทเทคโนโลยีทั่วโลก
มุมมองเกี่ยวกับนโยบายการเงินของเฟดและการเจรจาสันติภาพ
ธนาคารกลางสหรัฐเปิดเผยรายงานการประชุมประจำวันที่ 28-29 เมษายน โดยระบุว่ามีกรรมการเฟดจำนวนมากขึ้นที่เห็นถึงความจำเป็นในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ ซึ่งมีสาเหตุจากสงครามอิหร่าน อย่างไรก็ตาม เครื่องมือ FedWatch ของ CME Group แสดงให้นักลงทุนให้น้ำหนัก 36.8% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธันวาคม ลดลงจาก 42% ในวันก่อนหน้า สะท้อนว่าตลาดเริ่มคลายความกังวลเรื่องแนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้นบ้าง
นักลงทุนยังคงติดตามการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐกับอิหร่านอย่างใกล้ชิด ล่าสุดโฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านกล่าวว่าการแลกเปลี่ยนข้อความระหว่างกันยังคงดำเนินต่อไป ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กล่าวว่าการเจรจากำลังเข้าสู่ขั้นตอนสุดท้าย พร้อมเตือนว่าอาจมีการโจมตีครั้งใหม่หากอิหร่านไม่ยอมทำข้อตกลง ตลาดมีความหวังว่าข้อตกลงสันติภาพจะช่วยลดความตึงเครียดและส่งผลดีต่อราคาน้ำมันและภาวะเงินเฟ้อ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสนับสนุนตลาดในระยะต่อไป
แนวโน้มตลาดในระยะสั้น
โดยสรุป ตลาดหุ้นนิวยอร์กได้รับปัจจัยบวกหลายด้าน ทั้งแรงซื้อหุ้นเทคโนโลยี การชะลอตัวของอัตราผลตอบแทนพันธบัตร และความหวังต่อการเจรจาสันติภาพที่อาจช่วยลดความตึงเครียดในตะวันออกกลาง อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังต้องติดตามผลประกอบการของ Nvidia ซึ่งจะเป็นปัจจัยชี้ขาดทิศทางตลาดในระยะสั้น รวมถึงนโยบายการเงินของเฟดที่ยังคงมีความไม่แน่นอนจากแรงกดดันเงินเฟ้อ