คำนวณใช้สิทธิไทยช่วยไทยพลัสให้คุ้มค่า

เปิดลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัส 25 พฤษภาคมนี้

กระทรวงการคลังเตรียมเปิดให้ประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไปลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัสผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังในวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 06.00 น. เป็นต้นไป จำนวน 30 ล้านสิทธิ์ โครงการนี้ใช้รูปแบบการร่วมจ่ายระหว่างรัฐและประชาชนในสัดส่วน 60 ต่อ 40 โดยรัฐบาลสนับสนุนค่าใช้จ่าย 60% ขณะที่ผู้ใช้สิทธิจ่ายเอง 40% วงเงินสนับสนุนสูงสุด 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน ระยะเวลา 4 เดือน วัตถุประสงค์เพื่อลดภาระค่าครองชีพและกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก

เงื่อนไขสำคัญคือผู้ได้รับสิทธิต้องใช้จ่ายวงเงินในเดือนนั้นให้หมด ไม่สามารถสะสมยอดคงเหลือไปเดือนถัดไปได้ จึงเกิดคำถามว่าควรเติมเงินเข้า G-Wallet ในเป๋าตังเท่าใดจึงจะใช้สิทธิได้อย่างคุ้มค่าที่สุดและได้รับเงินอุดหนุนเต็มจำนวน

สูตรคำนวณการใช้สิทธิให้เต็มวงเงิน

รัฐบาลสนับสนุน 60% ของยอดใช้จ่าย แต่ไม่เกินเดือนละ 1,000 บาท หมายความว่าหากต้องการรับเงินช่วยเหลือเต็ม 1,000 บาท ผู้ใช้สิทธิต้องร่วมจ่าย 40% ของยอดใช้จ่ายทั้งหมด เมื่อคำนวณจากสัดส่วน 60:40 จะได้ว่ายอดใช้จ่ายรวมที่ทำให้รัฐจ่าย 1,000 บาท คือ 1,000 ÷ 0.6 = 1,666.67 บาท โดยประชาชนต้องจ่ายเอง 40% หรือประมาณ 666.67 บาท ปัดเป็น 667 บาทต่อเดือน ดังนั้นผู้ที่ต้องการใช้สิทธิเต็มวงเงินควรเติมเงินเข้า G-Wallet อย่างน้อยเดือนละ 667 บาท หากเติมเงินน้อยกว่านี้จะไม่สามารถดึงเงินอุดหนุนจากรัฐมาใช้ได้ครบ 1,000 บาทตามสิทธิ

นอกจากนี้โครงการยังมีเพดานการช่วยเหลือรายวันรัฐจะสนับสนุนสูงสุดไม่เกินวันละ 200 บาท แม้ยอดใช้จ่ายจะสูงกว่านั้นก็ตาม หากต้องการใช้สิทธิให้คุ้มค่าที่สุดในแต่ละวันสามารถคำนวณย้อนกลับได้ว่าเมื่อรัฐช่วยจ่าย 60% เป็นเงิน 200 บาท มูลค่าการซื้อสินค้าหรือบริการทั้งหมดจะอยู่ที่ประมาณ 333.33 บาท โดยประชาชนจะจ่ายเอง 40% หรือประมาณ 133.33 บาท ผ่าน G-Wallet ดังนั้นสูตรการใช้สิทธิแบบคุ้มเต็มเพดานต่อวันคือการใช้จ่ายประมาณ 333 บาท เพราะจะได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐครบ 200 บาทพอดี

ข้อควรระวังในการใช้จ่ายจริง

ในการปฏิบัติจริงอาจเป็นเรื่องยากที่จะซื้อสินค้าให้ได้ยอด 333.33 บาทพอดีทุกครั้ง ผู้ใช้สามารถมองว่าเงินช่วยเหลือจากรัฐเป็นลักษณะส่วนลดสูงสุดวันละ 200 บาท ตัวอย่างเช่น หากซื้อสินค้า 500 บาท รัฐจะช่วยจ่ายเพียง 200 บาทตามเพดานสูงสุด ส่วนที่เหลือ 300 บาท ระบบจะหักจากเงินใน G-Wallet ของประชาชนเอง หมายความว่าเมื่อยอดใช้จ่ายเกิน 333 บาทขึ้นไป เงินช่วยเหลือจากรัฐจะตันเพดานที่ 200 บาททันที และภาระค่าใช้จ่ายส่วนเกินทั้งหมดจะตกอยู่กับผู้ใช้สิทธิเอง ซึ่งอาจทำให้ต้องเติมเงินเข้าแอปเป๋าตังมากกว่า 667 บาทต่อเดือน

การวางแผนการใช้จ่ายจึงเป็นหัวใจสำคัญของโครงการ เพราะแม้ประชาชนไม่จำเป็นต้องใช้สิทธิให้เต็มทุกวัน แต่การคำนวณล่วงหน้าจะช่วยบริหารเงินใน G-Wallet ได้คล่องตัวขึ้น ลดโอกาสเงินไม่พอระหว่างเดือน และสามารถใช้สิทธิจากภาครัฐได้อย่างคุ้มค่าที่สุด ในมุมเศรษฐกิจ โครงการไทยช่วยไทยพลัสถือเป็นมาตรการที่รัฐบาลหวังกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ ผ่านการอัดฉีดกำลังซื้อเข้าสู่ร้านค้ารายย่อยและเศรษฐกิจชุมชน ขณะที่ประชาชนสามารถใช้เงินอุดหนุนมาช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพในช่วงที่ราคาสินค้าและค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันยังอยู่ในระดับสูง