
ไทยช่วยไทย พลัสใช้จ่ายทะลุ 6 หมื่นล้านบาท
กระทรวงการคลังรายงานว่า โครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) มียอดใช้จ่ายรวม 60,518 ล้านบาท ณ วันที่ 7 กรกฎาคม 2569 เวลา 23.00 น. หลังเริ่มใช้สิทธิเดือนแรกในเดือนมิถุนายน โดยเม็ดเงินกระจายผ่านร้านค้าขนาดเล็กทั่วประเทศมากกว่า 1.08 ล้านราย
ประเด็นที่ต้องจับตาไม่ใช่แค่ยอดใช้จ่ายรวม แต่คือการกระจายตัวของเงินไปยังร้านอาหาร ร้านธงฟ้า ร้านค้าในเมืองรอง และ Food Delivery Platform ซึ่งเป็นกลุ่มที่เชื่อมกับค่าครองชีพรายวันของประชาชนโดยตรง
ตัวเลขสำคัญจากกระทรวงการคลัง
| รายการ | ตัวเลขที่ประกาศ |
|---|---|
| ผู้ได้รับสิทธิ | 26.04 ล้านราย |
| ผู้ใช้สิทธิในเดือนมิถุนายน 2569 | 25.69 ล้านราย หรือ 99% ของผู้ได้รับสิทธิ |
| ยอดใช้จ่ายรวม ณ 7 ก.ค. 2569 เวลา 23.00 น. | 60,518 ล้านบาท |
| เงินที่ประชาชนใช้จ่าย | 25,666 ล้านบาท |
| เงินที่รัฐร่วมจ่าย | 34,852 ล้านบาท |
| ร้านค้าที่พร้อมรองรับสิทธิ | 1,083,770 ราย |
| ร้านอาหารและเครื่องดื่มบน Food Delivery Platform | 106,046 ราย |
เงินไหลเข้าช่องทางไหนบ้าง
เงินที่ประชาชนใช้จ่าย 25,666 ล้านบาท แบ่งเป็นการใช้จ่ายผ่านร้านค้าทั่วไป 24,903 ล้านบาท และผ่าน Food Delivery Platform 763 ล้านบาท ส่วนเงินที่รัฐร่วมจ่าย 34,852 ล้านบาท แบ่งเป็นร้านค้าทั่วไป 33,872 ล้านบาท และผ่าน Food Delivery Platform 980 ล้านบาท
กระทรวงการคลังระบุว่า ประมาณ 76% ของยอดใช้จ่ายทั้งหมดอยู่ในกลุ่มร้านอาหารและเครื่องดื่ม ร้านธงฟ้า และร้าน Food Delivery สะท้อนว่ามาตรการนี้ถูกใช้กับรายจ่ายประจำวันมากกว่าสินค้าฟุ่มเฟือย
เมืองหลักยังนำ แต่เมืองรองได้เม็ดเงิน 22,836 ล้านบาท
ยอดใช้จ่ายในเมืองหลัก 22 จังหวัดอยู่ที่ 37,682 ล้านบาท คิดเป็น 62% ของยอดทั้งหมด จังหวัดที่ใช้จ่ายสูงสุด 5 อันดับแรกคือ กรุงเทพมหานคร ชลบุรี สมุทรปราการ ปทุมธานี และนนทบุรี
ฝั่งเมืองรอง 55 จังหวัดมียอดใช้จ่าย 22,836 ล้านบาท หรือ 38% ของยอดทั้งหมด จังหวัดที่ใช้จ่ายสูงสุด 5 อันดับแรกคือ นครศรีธรรมราช อุบลราชธานี อุดรธานี ราชบุรี และเชียงราย ตัวเลขนี้สำคัญต่อผู้ประกอบการท้องถิ่น เพราะสะท้อนว่าเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจไม่ได้กระจุกเฉพาะพื้นที่เศรษฐกิจขนาดใหญ่
AI “นกกระซิบ” ในแอปถุงเงิน ช่วยร้านค้าดูยอดขาย
กระทรวงการคลังยังประชาสัมพันธ์เครื่องมือ “นกกระซิบ” ในแอปพลิเคชันถุงเงิน ซึ่งช่วยตอบคำถามเกี่ยวกับโครงการรัฐ สรุปและวิเคราะห์ยอดขายอัตโนมัติ แสดงช่วงเวลาขายดีที่สุด ช่วยวางแผนสต็อกสินค้า ติดตามราคากลางวัตถุดิบ และประเมินต้นทุนกับกำไรเบื้องต้น
สถิติ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 ระบุว่ามีร้านค้าถุงเงินเข้าใช้งานนกกระซิบ Chatbot 6.4 แสนราย และมีร้านค้าใช้ฟีเจอร์วิเคราะห์ยอดขาย 4.4 แสนราย โดยเฉลี่ยดูข้อมูลเชิงลึกรายวัน 2.2 ครั้งต่อราย และรายเดือน 1.5 ครั้งต่อราย
ผลต่อเศรษฐกิจครัวเรือนและร้านค้าขนาดเล็ก
สำหรับประชาชน โครงการนี้ช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพในหมวดที่ซื้อซ้ำบ่อย เช่น อาหาร เครื่องดื่ม และของใช้ประจำวัน ส่วนฝั่งร้านค้า เม็ดเงินหมุนเวียนช่วยเพิ่มสภาพคล่อง ทำให้มีเงินซื้อวัตถุดิบ จ้างงาน และบริหารสต็อกต่อเนื่อง
แต่ผลระยะยาวยังต้องดูว่าการใช้จ่ายหลังหมดสิทธิจะต่อเนื่องหรือไม่ และร้านค้าสามารถใช้ข้อมูลจากถุงเงินหรือนกกระซิบไปต่อยอดเรื่องต้นทุน กำไร และการเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้มากแค่ไหน
FAQ
ไทยช่วยไทย พลัส 60/40 มียอดใช้จ่ายเท่าไรล่าสุด?
ยอดใช้จ่ายรวมอยู่ที่ 60,518 ล้านบาท ณ วันที่ 7 กรกฎาคม 2569 เวลา 23.00 น. ตามแถลงข่าวกระทรวงการคลัง
มีผู้ใช้สิทธิกี่รายในเดือนแรก?
เดือนมิถุนายน 2569 มีผู้ใช้สิทธิ 25.69 ล้านราย คิดเป็น 99% ของผู้ได้รับสิทธิทั้งหมด 26.04 ล้านราย
ร้านค้าเข้าร่วมรองรับสิทธิกี่ราย?
มีร้านค้าที่พร้อมรองรับสิทธิ 1,083,770 ราย รวมถึงร้านอาหารและเครื่องดื่มที่รับชำระผ่าน Food Delivery Platform 106,046 ราย
นกกระซิบในแอปถุงเงินคืออะไร?
เป็นเครื่องมือ AI ในแอปถุงเงิน ช่วยตอบคำถามโครงการรัฐ วิเคราะห์ยอดขาย ดูช่วงเวลาขายดี วางแผนสต็อก และประเมินต้นทุนกับกำไรเบื้องต้นให้ร้านค้า
ควรติดตามอะไรต่อ?
ควรติดตามยอดใช้จ่ายหลังเดือนแรก สัดส่วนเมืองรอง การใช้งาน Food Delivery และผลของเครื่องมือวิเคราะห์ยอดขายต่อสภาพคล่องร้านค้าขนาดเล็ก