IEA ชี้ 655 ล้านคนยังไม่มีไฟฟ้า โลกต้องเร่งพลังงานสะอาดก่อนเส้นตายปี 2030

ภาพประกอบข่าวช่องว่างการเข้าถึงไฟฟ้า พลังงานสะอาด และพลังงานหมุนเวียนทั่วโลก ปี 2026
ภาพประกอบข่าวช่องว่างการเข้าถึงไฟฟ้า พลังงานสะอาด และพลังงานหมุนเวียนทั่วโลก ปี 2026

รายงาน Tracking SDG 7 ฉบับล่าสุดระบุว่า ทั่วโลกยังมีประชากร 655 ล้านคนที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ และอีกประมาณ 2 พันล้านคนยังพึ่งพาเชื้อเพลิงหรือเทคโนโลยีทำอาหารที่ก่อมลพิษ ตัวเลขนี้ทำให้เป้าหมาย “พลังงานเข้าถึงได้ ถ้วนหน้า และยั่งยืน” ภายในปี 2030 ยังห่างไกล แม้พลังงานหมุนเวียนจะขยายตัวทำสถิติใหม่

ประเด็นนี้ไม่ใช่แค่เรื่องมนุษยธรรม แต่เกี่ยวกับเศรษฐกิจโลกโดยตรง เพราะพลังงานราคาไม่แพงและเชื่อถือได้คือฐานของการผลิต การลงทุน การจ้างงาน และต้นทุนครัวเรือน โดยเฉพาะประเทศกำลังพัฒนาที่เจอทั้งต้นทุนหนี้สูงและงบลงทุนจำกัด

ตัวเลขสำคัญจากรายงาน SDG 7

ประเด็น ตัวเลขล่าสุด ความหมายต่อเศรษฐกิจ
คนไม่มีไฟฟ้าใช้ 655 ล้านคน จำกัดโอกาสศึกษา ทำงาน ผลิต และเข้าถึงบริการดิจิทัล
คนใช้เชื้อเพลิงทำอาหารก่อมลพิษ ประมาณ 2 พันล้านคน เพิ่มต้นทุนสุขภาพและความเสี่ยงต่อครัวเรือนรายได้น้อย
แอฟริกาใต้สะฮารา มากกว่า 560 ล้านคนไม่มีไฟฟ้า เป็นพื้นที่หลักที่ต้องการเงินลงทุนและโครงสร้างพื้นฐาน
สัดส่วนไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน มากกว่า 30% พลังงานสะอาดขยายตัว แต่ยังไม่กระจายเท่ากัน
เงินทุนสาธารณะระหว่างประเทศเพื่อพลังงานสะอาดในประเทศกำลังพัฒนา 24.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2024 เพิ่มเล็กน้อย แต่ยังไม่พอกับเป้าหมาย

ทำไมโลกยังตามไม่ทันเป้าหมายปี 2030

รายงานระบุว่าอัตราการเข้าถึงไฟฟ้าทั่วโลกในปี 2024 อยู่ที่ 92% แต่ความเร็วของความคืบหน้าชะลอลงมาก หากต้องการให้เข้าถึงไฟฟ้าถ้วนหน้าภายในปี 2030 โลกต้องเร่งอัตราการขยายไฟฟ้าขึ้นเป็นสามเท่า

ปัญหาใหญ่คือ “จ่ายไม่ไหว” ไม่ใช่แค่ “ไม่มีสายไฟ” หลายพื้นที่มีโครงสร้างพื้นฐานใกล้บ้านแล้ว แต่ครัวเรือนยังรับภาระค่าติดตั้ง ค่าสายภายในบ้าน หรือค่าบริการพื้นฐานไม่ได้ ทำให้มาตรการอุดหนุนแบบตรงจุดและการเงินต้นทุนต่ำกลายเป็นเงื่อนไขสำคัญ

พลังงานหมุนเวียนโต แต่ความเหลื่อมล้ำยังสูง

พลังงานหมุนเวียนเดินหน้าเร็ว โดยรายงานระบุว่ากำลังผลิตพลังงานหมุนเวียนเฉลี่ยทั่วโลกขึ้นถึง 544 วัตต์ต่อคน แต่ประเทศรายได้น้อยมีกำลังผลิตเพียง 33.6 วัตต์ต่อคน เทียบกับ 1,224 วัตต์ต่อคนในประเทศรายได้สูง ช่องว่างนี้สะท้อนว่าเงินทุน เทคโนโลยี และความเสี่ยงทางการเงินยังเป็นอุปสรรคหลัก

สำหรับนักลงทุนและผู้ประกอบการไทย ข่าวนี้ชี้ว่าตลาดพลังงานสะอาดนอกประเทศยังมีความต้องการสูง โดยเฉพาะโซลาร์นอกระบบ มินิกริด ระบบกักเก็บพลังงาน และโซลูชันทำอาหารสะอาด แต่การลงทุนต้องดูความเสี่ยงค่าเงิน กฎระเบียบ และรูปแบบรายได้ให้ละเอียด

ผลต่อไทย: ต้นทุนพลังงานและโอกาสธุรกิจต้องดูคู่กัน

ไทยไม่ได้อยู่ในกลุ่มประเทศที่ขาดไฟฟ้ารุนแรง แต่เศรษฐกิจไทยพึ่งพาการค้าโลกและต้นทุนพลังงาน จึงได้รับผลทางอ้อมจากการลงทุนพลังงานสะอาดทั่วโลก หากประเทศกำลังพัฒนาขยายไฟฟ้าได้เร็วขึ้น ความต้องการอุปกรณ์ไฟฟ้า แผงโซลาร์ แบตเตอรี่ และบริการวิศวกรรมมีโอกาสโตตาม

อีกด้านหนึ่ง หากการเข้าถึงพลังงานยังช้า ประเทศเหล่านี้อาจโตต่ำกว่าศักยภาพ กระทบห่วงโซ่อุปทาน การส่งออก และราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในระยะยาว

สิ่งที่ต้องจับตาต่อ

  • งานนำเสนอรายงานต่อผู้กำหนดนโยบายวันที่ 8 กรกฎาคม 2026
  • เงินทุนพลังงานสะอาดสำหรับประเทศยากจน หลังปี 2024 กลุ่มประเทศพัฒนาน้อยที่สุดได้รับเงินทุนลดลง 11%
  • นโยบายอุดหนุนค่าเชื่อมต่อไฟฟ้าและระบบทำอาหารสะอาดในประเทศกำลังพัฒนา
  • ทิศทางการลงทุนโซลาร์นอกระบบ มินิกริด และระบบกักเก็บพลังงาน

FAQ

SDG 7 คืออะไร?

SDG 7 คือเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติว่าด้วยการเข้าถึงพลังงานที่ราคาเหมาะสม เชื่อถือได้ ยั่งยืน และทันสมัยสำหรับทุกคน

ตอนนี้มีคนไม่มีไฟฟ้าใช้กี่คน?

รายงานล่าสุดระบุว่ามี 655 ล้านคนทั่วโลกที่ยังไม่มีไฟฟ้าใช้ โดยส่วนใหญ่อยู่ในแอฟริกาใต้สะฮารา

ทำไมเชื้อเพลิงทำอาหารถึงเป็นปัญหาเศรษฐกิจ?

เชื้อเพลิงที่ก่อมลพิษเพิ่มต้นทุนสุขภาพ ลดเวลาเรียนและเวลาทำงานของครัวเรือน และทำให้ความยากจนยืดเยื้อ

ข่าวนี้เกี่ยวกับไทยอย่างไร?

ไทยเกี่ยวข้องผ่านต้นทุนพลังงาน ห่วงโซ่อุปทาน และโอกาสของธุรกิจพลังงานสะอาดที่ขยายไปยังตลาดกำลังพัฒนา

พลังงานหมุนเวียนพอแก้ปัญหานี้หรือไม่?

พลังงานหมุนเวียนเป็นส่วนสำคัญ โดยเฉพาะโซลาร์นอกระบบและมินิกริด แต่ยังต้องมีเงินทุน นโยบายอุดหนุน และระบบบริหารจัดการที่ทำให้ครัวเรือนจ่ายไหว

แหล่งอ้างอิง