FiNNET ระบบชำระเงินสำหรับธุรกิจหลักทรัพย์และนักลงทุน

FiNNET ระบบชำระเงินสำหรับธุรกิจหลักทรัพย์และนักลงทุน

ภาพรวมระบบการชำระเงิน FiNNET

ระบบ FiNNET เป็นแพลตฟอร์มกลางที่อำนวยความสะดวกในการชำระเงินระหว่างบริษัทหลักทรัพย์กับบัญชีลูกค้าที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ โดยดำเนินงานภายใต้ใบอนุญาตจากกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย ผู้ที่จะใช้บริการต้องเป็นบริษัทหลักทรัพย์ที่ได้รับใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และเป็นสมาชิกของบริษัท สำนักหักบัญชี (ประเทศไทย) จำกัด

การทำงานของ FiNNET จะรับรายการรับจ่ายเงินจากบริษัทหลักทรัพย์เป็นชุดรายการ (Batch) เพื่อประมวลผลและจัดลำดับคำสั่ง จากนั้นส่งต่อไปยังธนาคารพาณิชย์ที่ร่วมให้บริการเพื่อดำเนินการหักหรือโอนเงินเข้าบัญชีลูกค้าตามเวลาที่ตกลงกันไว้ นอกจากนี้ FiNNET ยังมีบริการรูปแบบอื่นที่ตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของนักลงทุนและบริษัทหลักทรัพย์

สมาชิกและผู้ร่วมดำเนินการ

ปัจจุบันมีบริษัทหลักทรัพย์หลายแห่งที่ใช้บริการ FiNNET อาทิ บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด, บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด, บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ แอพเพิล เวลธ์ จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ ธนชาต จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด, บริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จำกัด, บริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ ไอ วี โกลบอล จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ เออีซี จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ ไอร่า จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ เอเอสแอล จำกัด, บริษัทหลักทรัพย์ เอสบีไอ ไทย ออนไลน์ จำกัด, บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด, บริษัทหลักทรัพย์ เคที ซีมิโก้ จำกัด และบริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) โดยข้อมูล ณ วันที่ 15 กันยายน 2564 อย่างไรก็ตาม มีหมายเหตุว่า FiNNET ได้ยุติสัญญากับบริษัทหลักทรัพย์ อาร์เอชบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ตั้งแต่วันที่ 8 เม.ย. 2568 (ประกาศเมื่อ 11 มี.ค. 68)

ประเภทบริการของ FiNNET

1. การชำระเงินระหว่างบัญชีแบบชุดรายการ

เป็นบริการหลักที่ใช้สำหรับรายการซื้อขายหลักทรัพย์ โดยบริษัทหลักทรัพย์ส่งคำสั่งรับจ่ายเงินเป็นชุดให้ FiNNET ประมวลผลและส่งต่อไปยังธนาคารเพื่อดำเนินการตามกำหนดเวลา

2. บริการชำระเงินแบบ Real-time ภายในธนาคารเดียวกัน

เหมาะสำหรับรายการอื่นที่ไม่ใช่การซื้อขายหลักทรัพย์ โดยผู้ใช้สามารถส่งคำสั่งทีละรายการเพื่อให้ธนาคารต้นทางดำเนินการหักหรือโอนเงิน และได้รับผลตอบกลับทันทีแบบ Real-time

3. บริการชำระเงินแบบ Real-time ข้ามธนาคาร

ช่วยให้การโอนเงินระหว่างบัญชีที่ต่างธนาคารทำได้แบบเรียลไทม์ โดยผู้ใช้ส่งคำสั่งทีละรายการไปยัง FiNNET ซึ่งจะส่งต่อให้ธนาคารต้นทางดำเนินการและแจ้งผลกลับทันที

4. บริการชำระเงินผ่าน QR Code

นักลงทุนสามารถสแกน QR Code ผ่านแอปพลิเคชันธนาคารใดก็ได้เพื่อชำระเงินให้กับผู้รับเงิน (Intermediaries) โดยเพิ่มความสะดวกและรวดเร็วในการทำธุรกรรม

5. การลงทะเบียนตัดเงินบัญชีอัตโนมัติ (Direct Debit Registration – DDR)

บริการสมัครใช้ตัดเงินบัญชีอัตโนมัติผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์แบบ Real-time แทนการใช้เอกสารกระดาษ ช่วยลดเวลาในการสมัครและเพิ่มโอกาสให้นักลงทุนเริ่มทำธุรกรรมได้เร็วขึ้น

6. บริการชำระเงินแบบ Bill Payment

เพิ่มช่องทางและประเภทการชำระเงินให้ครอบคลุมกรณีการใช้งานในอุตสาหกรรม โดยเริ่มจากบริการชำระค่า e-Stamp เป็นธุรกรรมแรก

7. บริการชำระเงินผ่านบัตรเครดิต

นักลงทุนสามารถใช้บัตรเครดิตเพื่อชำระเงินซื้อกองทุนประหยัดภาษีผ่านออนไลน์ได้ สร้างความสะดวกและทางเลือกที่หลากหลาย

8. บริการชำระเงินด้วยกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Wallet)

รองรับการใช้ e-Wallet ในการชำระเงิน โอนเงิน และขอคืนเงินออนไลน์โดยไม่ต้องใช้บัญชีธนาคาร ตอบโจทย์นักลงทุนรุ่นใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์ใช้ e-Wallet เป็นประจำ

การรับเข้าและการออกจากสมาชิก

ผู้ที่จะขอใช้บริการระบบชำระเงินของ FiNNET ต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนด ซึ่งปัจจุบันคือการเป็นบริษัทหลักทรัพย์ที่ได้รับใบอนุญาตและเป็นสมาชิกสำนักหักบัญชี สำหรับการออกจากการเป็นสมาชิก FiNNET อาจพิจารณาระงับการให้บริการและยกเลิกสัญญาตามเงื่อนไขที่ตกลงไว้ หากผู้ใช้บริการขาดคุณสมบัติที่กำหนด โดยเงื่อนไขนี้มีผลกับสมาชิกรายใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2567 เป็นต้นไป