ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่กรอบ 3.50-3.75% เป็นรอบที่สามติดต่อกัน ในการประชุม FOMC วันที่ 13-14 พฤษภาคม 2569 ประธาน Jerome Powell ระบุว่ายังต้องการเห็นเงินเฟ้อกลับสู่กรอบ 2% อย่างยั่งยืนก่อนจะลดดอกเบี้ยรอบถัดไป ตลาดเลื่อนการคาดการณ์ rate cut ครั้งแรกออกไปเป็นเดือนกันยายน
มติคณะกรรมการ FOMC
คณะกรรมการ FOMC ลงมติเอกฉันท์ 12-0 ให้คงอัตราดอกเบี้ย Federal Funds Rate ที่ระดับ 3.50-3.75% โดยอ้างถึงความแข็งแกร่งของตลาดแรงงานและเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core PCE) ที่ยังอยู่ที่ 2.6% ในเดือนเมษายน เหนือเป้าหมาย 2% ของ Fed
ในแถลงการณ์หลังการประชุม Fed ปรับคำว่าเศรษฐกิจ “ขยายตัวอย่างมั่นคง” จากเดิมที่ระบุว่า “ขยายตัวในอัตราชะลอ” สะท้อนว่า Fed มองภาพเศรษฐกิจสหรัฐดีขึ้นกว่าครั้งก่อน ขณะที่อัตราว่างงานเดือนเมษายนอยู่ที่ 4.1% ใกล้เคียงระดับ full employment
ประเด็นสำคัญจาก Powell
1. ยังไม่ใกล้ลดดอกเบี้ย
Powell กล่าวในการแถลงข่าวว่า “เราจำเป็นต้องเห็นหลักฐานเพิ่มเติมว่าเงินเฟ้อกำลังเข้าใกล้กรอบเป้าหมายอย่างยั่งยืน ไม่ใช่แค่เป็นรายเดือน” เป็นการส่งสัญญาณว่า Fed ยังต้องการความมั่นใจมากกว่านี้ก่อนจะปรับนโยบาย
2. ผลกระทบจาก tariff
Powell ยอมรับว่ามาตรการภาษีนำเข้าที่ออกมาในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 มีผลต่อราคาสินค้าผู้บริโภคบางหมวด แต่ยังประเมินว่าเป็นแรงกดดันชั่วคราว ไม่ใช่เงินเฟ้อแบบฝังราก
3. ตลาดแรงงานยังตึงตัว
ค่าจ้างเฉลี่ยรายชั่วโมงในเดือนเมษายนยังโต 3.8% YoY สูงกว่าระดับที่สอดคล้องกับเป้าเงินเฟ้อ 2% ทำให้ Fed กังวลว่าหากลดดอกเบี้ยเร็วเกินไป อาจกระตุ้นให้แรงกดดันด้านค่าจ้างเร่งตัวอีกครั้ง
ตลาดประเมินใหม่ว่า Fed จะลดดอกเบี้ยเมื่อไหร่
CME FedWatch Tool ระบุว่าโอกาสที่ Fed จะลดดอกเบี้ยในการประชุมรอบ 17 มิถุนายน 2569 ลดลงเหลือเพียง 22% จากเดิม 38% ก่อนการประชุม ส่วนรอบ 30 กรกฎาคมโอกาสอยู่ที่ 45% และรอบ 17 กันยายนโอกาสสูงสุดที่ 68%
Dot plot ใหม่ของ Fed ที่เผยแพร่หลังการประชุมแสดงว่ากรรมการส่วนใหญ่คาดว่าจะลดดอกเบี้ย 2 ครั้งในช่วงที่เหลือของปี 2569 ลดลงจากที่เคยคาดไว้ 3 ครั้งในการประชุมเดือนมีนาคม
ผลกระทบต่อตลาดและสินทรัพย์
- ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเทียบสกุลหลัก ดัชนี DXY ขึ้นมา 0.6%
- Yield พันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ขึ้นมาที่ 4.32% จาก 4.21%
- ราคาทองคำลดลง 1.2% มาที่ 2,640 ดอลลาร์ต่อออนซ์
- S&P 500 ปิด -0.7% หลังประกาศ ก่อนรีบาวด์เล็กน้อยในวันถัดไป
- ค่าเงินบาทอ่อนค่ามาที่ราว 33.80-33.90 บาทต่อดอลลาร์
มุมมองนักลงทุนไทย
การที่ Fed ส่งสัญญาณคงดอกเบี้ยนานกว่าคาดทำให้ค่าเงินบาทมีโอกาสอ่อนต่อ ซึ่งดีต่อกลุ่มส่งออกและท่องเที่ยวของไทย แต่ลบสำหรับกลุ่มหุ้นกู้และตราสารหนี้ที่ราคาตลาดมีโอกาสปรับลง นักลงทุนที่ถือทองคำควรระวังแรงขายเพิ่มเติมในระยะสั้น
สำหรับธนาคารแห่งประเทศไทย การที่ Fed คงดอกเบี้ยนานขึ้นจำกัดพื้นที่ในการลดดอกเบี้ยภายในประเทศเพิ่มเติม แม้เศรษฐกิจไทยจะมีสัญญาณชะลอตัวจากการส่งออกที่ได้รับผลจาก tariff ก็ตาม