
สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐฯ (EIA) ระบุว่าอุปสงค์น้ำมันโลกปี 2026 จะลดลง 1.1 ล้านบาร์เรลต่อวันจากปีก่อน ทำให้แรงกดดันต่อราคาน้ำมันจากวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซอาจถูกจำกัด แม้อุปทานจากตะวันออกกลางยังตึงตัวมาก
รายงาน Short-Term Energy Outlook เดือนมิถุนายน 2026 ของ EIA ชี้ว่า ราคาน้ำมัน Brent เฉลี่ยเดือนมิถุนายนและกรกฎาคมอยู่ที่ 105 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ก่อนคาดว่าจะลดมาเฉลี่ย 79 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในปี 2027 เมื่อการไหลของอุปทานและการผลิตน้ำมันกลับมาฟื้นตัว
ตัวเลขสำคัญจากรายงาน EIA
| ประเด็น | ตัวเลข/ทิศทาง | ความหมาย |
|---|---|---|
| อุปสงค์น้ำมันโลกปี 2026 | ลดลง 1.1 ล้านบาร์เรลต่อวันจากปีก่อน | ช่วยจำกัดแรงขึ้นของราคาน้ำมัน แม้อุปทานตึงตัว |
| อุปสงค์น้ำมันโลกปี 2027 | คาดเพิ่มขึ้น 2.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน | ฟื้นตามราคาที่ลดลงและการผลิตตะวันออกกลางกลับมา |
| การผลิตตะวันออกกลาง | ผู้ผลิตลดกำลังกว่า 11 ล้านบาร์เรลต่อวัน | ทำให้สต็อกโลกถูกดึงลงมาก |
| สต็อกน้ำมัน OECD | ต่ำสุดตั้งแต่ปี 2003 | ตลาดยังเสี่ยงผันผวนหากอุปทานสะดุดเพิ่ม |
| Brent เดือนมิ.ย.–ก.ค. 2026 | เฉลี่ย 105 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล | สะท้อนต้นทุนพลังงานยังสูงระยะสั้น |
| Brent ปี 2027 | คาดเฉลี่ย 79 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล | EIA มองราคาอ่อนลงเมื่ออุปทานกลับมา |
ทำไมอุปสงค์ลด แต่ราคาน้ำมันยังสูง
EIA อธิบายว่า ราคาน้ำมันยังถูกพยุงจากข้อจำกัดด้านอุปทาน โดยช่องแคบฮอร์มุซยังปิดอย่างมีนัยสำคัญในระยะใกล้ ทำให้การผลิตและการขนส่งน้ำมันจากตะวันออกกลางสะดุด ผู้ผลิตน้ำมันในภูมิภาคลดกำลังผลิตรวมกว่า 11 ล้านบาร์เรลต่อวัน
อย่างไรก็ตาม ฝั่งอุปสงค์อ่อนลงพร้อมกัน จากราคาน้ำมันที่สูง ความพร้อมของเชื้อเพลิงที่ลดลง และมาตรการภาครัฐในบางประเทศ โดย EIA ระบุว่าเอเชียเป็นพื้นที่ที่การใช้น้ำมันถูกกดดันชัดเจน ประเด็นนี้ทำให้ราคามีแรงหนุนจากอุปทาน แต่ถูกถ่วงด้วยความต้องการใช้ที่ลดลง
ผลต่อไทย: ต้นทุนพลังงานยังต้องจับตา
สำหรับไทย ข่าวนี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับต้นทุนน้ำมัน ค่าขนส่ง ค่าไฟฟ้าบางส่วน และเงินเฟ้อ เพราะไทยเป็นประเทศนำเข้าพลังงานสุทธิ หากราคาน้ำมัน Brent อยู่ระดับสูงในระยะสั้น ต้นทุนธุรกิจและค่าครองชีพยังมีความเสี่ยง แม้ราคาจะไม่ได้พุ่งไม่หยุดตามแรงตึงเครียดฝั่งอุปทาน
ธุรกิจที่ไวต่อราคาน้ำมัน เช่น ขนส่ง สายการบิน ปิโตรเคมี และค้าปลีก อาจต้องติดตามทั้งราคาหน้าปั๊ม อัตราแลกเปลี่ยน และนโยบายพลังงานของภาครัฐ ขณะที่นักลงทุนควรแยกผลกระทบระหว่างหุ้นพลังงานต้นน้ำที่ได้แรงหนุนจากราคาน้ำมัน กับกลุ่มที่มีน้ำมันเป็นต้นทุนหลัก
สหรัฐฯ ส่งออกพลังงานเพิ่มจากช่องว่างอุปทาน
EIA ระบุว่าการสะดุดของน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ผ่านช่องแคบฮอร์มุซทำให้ความต้องการอุปทานจากสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น โดยเดือนเมษายน สหรัฐฯ มียอดส่งออกสุทธิน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมแตะสถิติ 5.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน และเดือนพฤษภาคมยังใกล้ระดับดังกล่าว
การส่งออกที่เพิ่มขึ้นเด่นสุดอยู่ในกลุ่มดีเซลและเชื้อเพลิงอากาศยาน ส่วนทั้งปี EIA คาดว่าสหรัฐฯ จะส่งออกสุทธิน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์เฉลี่ย 4.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน เพิ่มขึ้น 1.4 ล้านบาร์เรลต่อวันจากปี 2025
ก๊าซธรรมชาติ: ราคา Henry Hub ยังถูกกดด้วยอุปทาน
ในฝั่งก๊าซธรรมชาติ ราคา Henry Hub เฉลี่ยเดือนพฤษภาคมอยู่ที่ 2.94 ดอลลาร์ต่อล้านบีทียู เพิ่มขึ้น 17 เซนต์จากเดือนเมษายน เพราะอากาศร้อนหนุนความต้องการใช้ไฟฟ้า แต่ EIA ระบุว่าอุปทานยังเติบโตเร็วกว่าความต้องการใช้ จึงกดประมาณการราคาลงจากครั้งก่อน
EIA คาดว่า Henry Hub จะเฉลี่ย 3.34 ดอลลาร์ต่อล้านบีทียูในครึ่งหลังของปี 2026 ใกล้เคียงครึ่งหลังของปี 2025 ภาพนี้ต่างจากน้ำมัน เพราะตลาดก๊าซสหรัฐฯ ยังมีแรงถ่วงจากอุปทานที่เพิ่มขึ้น
FAQ
EIA คาดอุปสงค์น้ำมันโลกปี 2026 อย่างไร?
EIA คาดว่าอุปสงค์น้ำมันโลกปี 2026 จะลดลง 1.1 ล้านบาร์เรลต่อวันจากปีก่อน จากราคาน้ำมันสูง ความพร้อมของเชื้อเพลิงลดลง และมาตรการภาครัฐที่กดการใช้น้ำมัน
ช่องแคบฮอร์มุซกระทบราคาน้ำมันอย่างไร?
ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางสำคัญของน้ำมันจากตะวันออกกลาง เมื่อการไหลของน้ำมันและผลิตภัณฑ์สะดุด อุปทานโลกตึงตัวและดันราคา Brent สูงในระยะสั้น
ราคา Brent ตามคาดการณ์ EIA อยู่ที่เท่าไร?
EIA คาดว่า Brent เฉลี่ย 105 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในเดือนมิถุนายนและกรกฎาคม 2026 และคาดเฉลี่ย 79 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในปี 2027 เมื่ออุปทานและการผลิตกลับมาฟื้นตัว
ข่าวนี้กระทบไทยอย่างไร?
ไทยนำเข้าพลังงานสุทธิ จึงเสี่ยงรับผลจากราคาน้ำมันสูงผ่านค่าขนส่ง ต้นทุนสินค้า เงินเฟ้อ และต้นทุนธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่มขนส่ง สายการบิน และธุรกิจที่ใช้พลังงานมาก
นักลงทุนควรดูอะไรต่อ?
ควรติดตามราคาน้ำมัน Brent การเปิดเส้นทางขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ระดับสต็อกน้ำมัน OECD ค่าเงินบาท และนโยบายพลังงานภาครัฐ เพราะทั้งหมดกระทบต้นทุนและกำไรหลายอุตสาหกรรม