การปรับเป้าหมายราคาจากบีโอเอ
นักวิเคราะห์ของบีโอเอ ซิเคียวริตีส์ ได้ปรับเพิ่มเป้าหมายราคาหุ้น Snowflake จาก 195 ดอลลาร์ เป็น 205 ดอลลาร์ พร้อมคงคำแนะนำซื้อก่อนที่บริษัทจะรายงานผลประกอบการประจำไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2570 ในวันที่ 27 พฤษภาคม การปรับเพิ่มดังกล่าวสะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นต่อความสามารถในการดำเนินธุรกิจของ Snowflake ในช่วง 18 เดือนข้างหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านโอกาสทางธุรกิจอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์
ราคาเป้าหมายที่ 205 ดอลลาร์คิดเป็น upside ประมาณ 20% จากระดับราคาปัจจุบันที่ราว 171 ดอลลาร์ แม้ว่าหุ้น Snowflake จะปรับตัวลดลงถึง 21.92% นับตั้งแต่ต้นปี และลดลงเกือบ 6% ในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา ซึ่งแตกต่างจากตลาดโดยรวมที่ปรับตัวสูงขึ้นและกลุ่มซอฟต์แวร์ AI ที่มีหุ้นหลายตัวทำผลงานดีเยี่ยม แต่บีโอเอมองว่าการ underperform นี้เป็นจังหวะเข้าซื้อมากกว่าสัญญาณเตือน
มุมมองตลาดและความเห็นจากนักวิเคราะห์อื่น
นักวิเคราะห์โคจิ อิเคดะ ซึ่งอยู่ในอันดับที่ 857 จากทั้งหมด 12,237 คนของ Wall Street ระบุว่าบีโอเอไม่ได้คาดหวังว่าผลประกอบการไตรมาสแรกจะเปลี่ยนมุมมองที่ว่า Snowflake กำลังเพิ่มส่วนแบ่งตลาดในโอกาสธุรกิจอัจฉริยะที่ใช้ AI การปรับเพิ่มประมาณการมูลค่าองค์กรต่อรายได้ในปีปฏิทิน 2570 จาก 9.8 เท่าเป็น 10.3 เท่า สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในการดำเนินงานที่สูงขึ้น ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงประมาณการทางการเงินแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตาม มุมมองของนักวิเคราะห์รายอื่นยังคงแบ่งออกเป็นสองฝ่าย JMP Securities และ Citizens ต่างคงราคาเป้าหมายที่ 325 ดอลลาร์พร้อมเรตติ้ง Market Outperform ในขณะที่ UBS และ Evercore ISI ลดเป้าหมายลงเหลือ 210 ดอลลาร์และ 200 ดอลลาร์ตามลำดับ โดยอ้างถึงความกังวลด้านการแข่งขันและการชะลอตัวของธุรกิจคลาวด์ดาต้าเวิร์กเฮาส์ การถกเถียงนี้ชี้ให้เห็นว่าปัจจัย AI เป็นประเด็นสำคัญที่นักลงทุนต้องติดตาม
บริษัทให้ความสำคัญกับประเด็นความไม่แน่นอนในระยะสั้นจากอุปสงค์ในตะวันออกกลาง แต่ชี้ว่ารายได้จากภูมิภาคดังกล่าวคิดเป็นเพียง 1% ของรายได้รวม จึงไม่มีนัยสำคัญต่อธุรกิจโดยรวมที่ตั้งเป้ารายได้จากผลิตภัณฑ์ปีงบประมาณ 2570 ไว้ที่ 5.66 พันล้านดอลลาร์
ผลประกอบการล่าสุดและแนวโน้ม AI
Snowflake รายงานผลประกอบการไตรมาสสี่ของปีงบประมาณ 2569 เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ โดยมีรายได้รวม 1.28 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 30% จากปีก่อน รายได้จากผลิตภัณฑ์ 1.23 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นเท่ากัน อัตราการรักษารายได้สุทธิอยู่ที่ 125% มีลูกค้า 733 รายที่มีรายได้จากผลิตภัณฑ์เกิน 1 ล้านดอลลาร์ในรอบ 12 เดือน เพิ่มขึ้น 27% ลูกค้าใหม่สุทธิ 740 ราย เพิ่มขึ้น 40% ภาระผูกพันด้านประสิทธิภาพคงเหลือ 9.77 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 42%
ในไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2570 บริษัทคาดการณ์รายได้จากผลิตภัณฑ์ระหว่าง 1.262 พันล้านถึง 1.267 พันล้านดอลลาร์ หรือเติบโตประมาณ 27% จากปีก่อน โดยมีอัตรากำไรจากการดำเนินงานปรับปรุงที่ 9% การชะลอตัวลงเล็กน้อยจากอัตราเติบโต 30% ในไตรมาสก่อนเป็นประเด็นที่นักลงทุนจับตา
จุดแข็งสำคัญของ Snowflake คือการนำ AI มาใช้ บริษัทระบุว่า ณ สิ้นปีงบประมาณ 2569 มีบัญชีที่ใช้คุณสมบัติ AI มากกว่า 9,100 บัญชี รวมถึงโตโยต้า มอเตอร์ ยุโรป และยูไนเต็ด เรนทัลส์ แพลตฟอร์ม Snowflake Intelligence ซึ่งเป็นระบบ AI แบบ agentic เติบโตจากผลิตภัณฑ์ใหม่เป็นเกือบ 2,500 บัญชีภายในสามเดือน นอกจากนี้บริษัทยังเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่มากกว่า 430 รายการในปีบัญชีล่าสุด รวมถึง Cortex Code ซึ่งเป็นตัวช่วยเขียนโค้ดด้วย AI และเข้าซื้อ TensorStax เพื่อเสริมความแข็งแกร่งด้านวิศวกรรมข้อมูล
ความร่วมมือกับ AVEVA ที่ประกาศเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคมเป็นการบูรณาการแบบ zero-copy ระหว่างแพลตฟอร์มอุตสาหกรรมของ AVEVA และ Snowflake AI Data Cloud ช่วยลดความซับซ้อนของไปป์ไลน์ข้อมูลสำหรับลูกค้าอุตสาหกรรม นอกจากนี้ความร่วมมือกับ Anthropic, Google Cloud และ OpenAI ยังช่วยให้สามารถเข้าถึงโมเดล AI ชั้นนำภายในแพลตฟอร์ม Snowflake ได้โดยตรง
บทสรุป
หุ้น Snowflake ที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังในปี 2569 มีโอกาสที่จะพลิกกลับมาได้ในรายงานผลประกอบการวันที่ 27 พฤษภาคม ซึ่งจะเป็นตัวพิสูจน์ว่าการชะลอตัวของอัตราการเติบโตจาก 30% เป็น 27% เป็นเพียงเรื่องชั่วคราวหรือเป็นสัญญาณที่ลึกกว่านั้น บีโอเอเลือกที่จะเชื่อว่าแรงหนุนจาก AI นั้นใหญ่พอที่จะเอาชนะอุปสรรคด้านการแข่งขัน และการปรับเพิ่มเป้าหมายราคาล่าสุดเป็นการตอกย้ำมุมมองดังกล่าว