
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเผยแพร่ SET Note ฉบับที่ 8/2569 ว่าด้วยการใช้ AI ในตลาดทุนไทย โดยข้อมูลสำคัญคือบริษัทหลักทรัพย์ไทยที่ตอบแบบสำรวจ 53% ระบุว่าใช้งาน AI จริงแล้ว อีก 18% เตรียมนำมาใช้ภายใน 1-2 ปี ทำให้ AI ไม่ใช่เรื่องไกลตัวของนักลงทุน แต่เริ่มอยู่ในงานซื้อขาย กำกับดูแล ความปลอดภัยไซเบอร์ และบริการลูกค้าแล้ว
ประเด็นนี้สำคัญเพราะ AI ในตลาดทุนไม่ได้มีแค่แชตบอตหรือเครื่องมือช่วยเขียนรายงาน แต่ขยับเข้าไปอยู่ในงานหลังบ้านที่เกี่ยวกับการตรวจจับธุรกรรมผิดปกติ การประเมินความเสี่ยง และการจัดการข้อมูลจำนวนมาก นักลงทุนจึงควรรู้ทั้งโอกาสและข้อควรระวัง ก่อนใช้ข้อมูลหรือคำแนะนำที่มี AI เป็นส่วนประกอบ
สรุปตัวเลขสำคัญจาก SET Note ฉบับที่ 8/2569
| ประเด็น | ข้อมูลที่เปิดเผย |
|---|---|
| บริษัทหลักทรัพย์ที่ใช้ AI จริงแล้ว | 53% ของบริษัทหลักทรัพย์ไทยที่ตอบแบบสำรวจ ASCO ปี 2567 |
| บริษัทที่เตรียมนำ AI มาใช้ | 18% ภายใน 1-2 ปี |
| บริษัทที่ยังไม่มีแผนใช้ AI | 29% |
| กรอบกำกับดูแล | คู่มือกรอบการกำกับดูแลการใช้งาน AI และ ML ในตลาดทุน |
SET ใช้ AI ทำอะไรบ้าง
ข้อมูลจาก SET แบ่งการใช้ AI ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ออกเป็น 4 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ การเพิ่มประสิทธิภาพภายในองค์กร การกำกับดูแล ความปลอดภัยทางไซเบอร์ และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลตลาดทุน
ตัวอย่างที่จับต้องได้คือการใช้ AI ช่วยสืบค้นและสรุปข้อมูล แปลภาษา ถอดเสียง สร้างสื่อดิจิทัล รวมถึงการใช้ Common AI API Service เพื่อเชื่อมบริการ AI เข้ากับระบบงานขององค์กร นอกจากนี้ยังมี AI Coding ที่ช่วยลดเวลาพัฒนาระบบ
ด้านการกำกับดูแล SET ระบุว่ามีการใช้ AI และ Machine Learning เพื่อตรวจจับพฤติกรรมซื้อขายผิดปกติ ประเมินความเสี่ยงบริษัทจดทะเบียน และช่วยแจ้งเตือนผู้ลงทุนให้แม่นยำและทันเวลามากขึ้น ส่วนด้านไซเบอร์มีการใช้ ITDR เพื่อตรวจจับภัยคุกคามและพฤติกรรมใช้งานผิดปกติ รวมถึง Brand Protection Platform สำหรับเฝ้าระวังเว็บไซต์หลอกลวง
บริษัทหลักทรัพย์ใช้ AI ตรงไหน
ฝั่งบริษัทหลักทรัพย์ การใช้ AI เริ่มจากงานทั่วไป เช่น งานเขียนและรายงาน ไปจนถึงงาน IT อย่าง Cybersecurity และการพัฒนาโปรแกรม งานบริการลูกค้ามีทั้งการวิเคราะห์พฤติกรรม ติดตามความคิดเห็น Chatbot และเครื่องมือให้คำปรึกษาเบื้องต้น
ในงานหลังบ้าน AI ถูกใช้เพื่อลดงานซ้ำซ้อนและช่วยจัดทำรายงาน ขณะที่งาน Risk Management และ Compliance มีการใช้ Machine Learning ตรวจสอบความผิดปกติและประเมินความเสี่ยงของพฤติกรรมลงทุน ประเด็นนี้ทำให้นักลงทุนควรมอง AI เป็นทั้งเครื่องมือเพิ่มความเร็ว และระบบช่วยคุมความเสี่ยง ไม่ใช่เครื่องมือทำนายตลาดแบบอัตโนมัติ
ผลกระทบต่อนักลงทุนไทย
- ข้อมูลเร็วขึ้น: งานสรุป วิเคราะห์ และค้นหาข้อมูลมีแนวโน้มใช้เวลาน้อยลง
- ระบบเฝ้าระวังเข้มขึ้น: การตรวจจับพฤติกรรมผิดปกติอาจทำได้ละเอียดกว่าเดิม
- บริการลูกค้าเปลี่ยน: แชตบอตและระบบให้คำปรึกษาเบื้องต้นจะพบได้บ่อยขึ้น
- ต้องดูความโปร่งใส: นักลงทุนควรถามเสมอว่าคำแนะนำมาจากมนุษย์ ระบบ AI หรือทั้งสองส่วนร่วมกัน
ข้อควรระวัง: AI ไม่ใช่ใบรับประกันผลตอบแทน
แม้ AI จะช่วยประมวลผลข้อมูลจำนวนมาก แต่ไม่ได้แปลว่าผลลัพธ์ถูกต้องเสมอ หรือเหมาะกับนักลงทุนทุกคน ความเสี่ยงสำคัญคือข้อมูลตั้งต้นผิด แบบจำลองตีความผิด หรือผู้ใช้เข้าใจผลลัพธ์เกินจริง โดยเฉพาะคำแนะนำลงทุนที่ดูแม่นยำแต่ไม่ได้อธิบายสมมติฐานและความเสี่ยง
SET จึงชี้ถึงกรอบกำกับดูแลการใช้ AI และ Machine Learning ในตลาดทุน โดยเน้นธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และการบริหารความเสี่ยงอย่างเหมาะสม นักลงทุนควรใช้ AI เป็นตัวช่วยอ่านข้อมูล ไม่ใช่ตัวแทนการตัดสินใจทั้งหมด
FAQ
AI ในตลาดทุนไทยใช้จริงแล้วหรือยัง?
ใช้จริงแล้ว ตาม SET Note ฉบับที่ 8/2569 บริษัทหลักทรัพย์ไทยที่ตอบแบบสำรวจ 53% ระบุว่าใช้งาน AI จริงแล้ว
AI ถูกใช้กับงานซื้อขายหุ้นโดยตรงหรือไม่?
ข้อมูลที่ SET เปิดเผยเน้นการใช้ในงานกำกับดูแล ตรวจจับพฤติกรรมผิดปกติ งานบริการลูกค้า งานไซเบอร์ และงานหลังบ้าน ไม่ได้หมายความว่า AI จะรับประกันกำไรจากการซื้อขายหุ้น
นักลงทุนควรเชื่อคำแนะนำจาก AI แค่ไหน?
ควรใช้เป็นข้อมูลประกอบเท่านั้น และตรวจสอบแหล่งข้อมูล สมมติฐาน ความเสี่ยง รวมถึงความเหมาะสมกับเป้าหมายการลงทุนของตัวเอง
บริษัทหลักทรัพย์ที่ยังไม่ใช้ AI มีมากไหม?
จากแบบสำรวจ ASCO ปี 2567 ที่ SET อ้างถึง มี 29% ระบุว่ายังไม่มีแผนนำ AI มาใช้ และ 18% เตรียมนำมาใช้ใน 1-2 ปี
กรอบกำกับดูแล AI สำคัญอย่างไร?
กรอบกำกับช่วยให้การใช้ AI ในตลาดทุนโปร่งใส มีธรรมาภิบาล และบริหารความเสี่ยงได้เหมาะสม โดยเฉพาะงานที่กระทบข้อมูลลูกค้า การกำกับ และคำแนะนำลงทุน