IEA รายงานตลาดน้ำมัน ก.ค. 2026: อุปทานฟื้น แต่ราคายังแกว่งตามฮอร์มุซ

เรือบรรทุกน้ำมันและถังเก็บน้ำมัน สื่อถึงรายงานตลาดน้ำมัน IEA กรกฎาคม 2026

IEA ระบุในรายงานตลาดน้ำมันเดือนกรกฎาคม 2026 ว่าอุปทานโลกเริ่มฟื้นหลังการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซกลับมา แต่ราคาน้ำมันยังไม่พ้นความผันผวน เพราะเหตุการณ์ 7–8 กรกฎาคมทำให้ตลาดกลับมากังวลเรื่องความต่อเนื่องของการขนส่งอีกครั้ง. สำหรับไทย ประเด็นที่ต้องติดตามไม่ใช่เพียงราคาน้ำมันดิบรายวัน แต่คือเส้นทางที่อุปทานและค่าการกลั่นส่งผ่านไปยังต้นทุนพลังงานในระยะถัดไป

เรือบรรทุกน้ำมันและถังเก็บน้ำมัน สื่อถึงรายงานตลาดน้ำมัน IEA กรกฎาคม 2026
ภาพประกอบ: ตลาดน้ำมันโลกและการขนส่งทางทะเล

สรุป IEA Oil Market Report เดือนกรกฎาคม 2026

รายงาน Oil Market Report ของ International Energy Agency (IEA) เผยแพร่เมื่อ 10 กรกฎาคม 2026 ระบุว่าอุปสงค์น้ำมันโลกกำลังฟื้นตามฤดูกาลและการกลับมาของอุปทานผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม IEA ประเมินว่าการหดตัวของอุปสงค์จะชะลอจาก 4.8 ล้านบาร์เรลต่อวันในไตรมาส 2 เหลือ 1.7 ล้านบาร์เรลต่อวันในไตรมาส 3 ก่อนกลับมาเพิ่ม 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวันในไตรมาส 4

ด้านอุปทาน โลกผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้น 4.1 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนมิถุนายน สู่ 98.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน หลังการไหลผ่านช่องแคบฮอร์มุซเริ่มกลับมา IEA ย้ำพร้อมกันว่าระดับผลิตยังต่ำกว่าก่อนเกิดความขัดแย้ง และประมาณการทั้งปียังขึ้นกับการลดระดับความตึงเครียดอย่างรวดเร็ว

ประเด็นข้อมูลจาก IEAความหมายต่อการติดตามตลาด
อุปทานโลกเดือน มิ.ย.98.8 ล้านบาร์เรล/วัน เพิ่ม 4.1 ล้านบาร์เรล/วันแรงกดดันด้านอุปทานคลายลงบางส่วน
ราคาน้ำมัน North Sea Datedราว 68 ดอลลาร์/บาร์เรลในเดือนมิถุนายน ก่อนซื้อขายราว 77 ดอลลาร์ ณ เวลารายงานตลาดตอบสนองเร็วต่อความเสี่ยงด้านเส้นทางขนส่ง
สต็อกน้ำมันโลกที่สังเกตได้เพิ่ม 21 ล้านบาร์เรลในเดือนมิถุนายนปริมาณน้ำมันบนเรือที่สูงขึ้นชดเชยการลดลงของสต็อกบนบก

ทำไมราคาลงแรงในเดือนมิถุนายน แล้วกลับมาสูงขึ้น

IEA ระบุว่าการเดินเรือจากอ่าวเริ่มฟื้นและความเสี่ยงเรื่องน้ำมันล้นตลาดกลับมาเป็นจุดสนใจ ทำให้ราคา North Sea Dated ลดลง 22 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเมื่อเทียบเดือนก่อนหน้า มาอยู่ราว 68 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล อย่างไรก็ดี การละเมิดข้อตกลงหยุดยิงในวันที่ 7–8 กรกฎาคมทำให้ราคากลับมาซื้อขายราว 77 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ณ ช่วงที่จัดทำรายงาน

ตัวเลขนี้อธิบายว่าตลาดน้ำมันไม่ได้เคลื่อนตามปริมาณการผลิตอย่างเดียว เมื่อเส้นทางเดินเรือยังเป็นตัวแปร ความเสี่ยงที่ราคาจะกระโดดขึ้นลงในช่วงสั้นจึงยังอยู่ นักลงทุนที่ติดตามราคาควรแยกให้ออกระหว่าง “ราคาปัจจุบัน” กับ “แนวโน้มอุปทาน”

EIA ให้ภาพที่สอดคล้องกัน แต่เป็นการคาดการณ์คนละกรอบเวลา

ข้อมูลจาก Short-Term Energy Outlook ของ U.S. Energy Information Administration (EIA) เผยแพร่ 7 กรกฎาคม 2026 สนับสนุนภาพว่าอุปทานที่เพิ่มขึ้นและการดึงสต็อกที่ชะลอลงกดดันราคาได้ EIA คาดว่าราคา Brent เฉลี่ย 74 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในไตรมาส 3 ปี 2026 และ 65 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในปี 2027

อย่างไรก็ตาม นี่เป็นประมาณการ ไม่ใช่ราคาที่รับประกันได้ และ IEA เตือนชัดว่าความตึงเครียดที่กลับมาปะทุสามารถเปลี่ยนสมมติฐานได้ ผู้ติดตามตลาดจึงควรใช้รายงานทั้งสองฉบับเป็นกรอบ ไม่ควรตีความเป็นสัญญาณซื้อหรือขายเพียงลำพัง

ผู้อ่านไทยควรดูอะไรต่อ

ไทยเป็นผู้นำเข้าพลังงานสุทธิ จึงควรติดตามทั้งราคาน้ำมันดิบ เสถียรภาพของเส้นทางขนส่ง และส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป รายงาน IEA ระบุว่าค่าการกลั่นและส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์พุ่งสู่ระดับสูงในรอบสี่ปีช่วงต้นเดือนกรกฎาคม แม้ราคาน้ำมันดิบจะอ่อนลงก่อนหน้า นั่นทำให้การเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันดิบไม่จำเป็นต้องส่งผ่านถึงราคาผลิตภัณฑ์ปลายทางในทิศทางเดียวกันทันที

  • ติดตามข่าวการเดินเรือและปริมาณส่งออกจากภูมิภาคอ่าว
  • ดูรายงานสต็อกและกำลังกลั่นควบคู่กับราคาน้ำมันดิบ
  • หากลงทุนในหุ้นพลังงาน ให้พิจารณาต้นทุนวัตถุดิบ ค่าการกลั่น และความเสี่ยงค่าเงินร่วมกัน

อ่านพื้นฐานเพิ่มเติมได้ที่ Brent กับ WTI ต่างกันอย่างไรสำหรับนักลงทุนไทย และบทวิเคราะห์ EIA ลดคาดการณ์ Brent ไตรมาส 3/2026 เหลือ 74 ดอลลาร์

คำถามที่พบบ่อย

IEA Oil Market Report คืออะไร

เป็นรายงานรายเดือนของ IEA ที่ติดตามอุปสงค์ อุปทาน สต็อก การกลั่น การค้า และราคาน้ำมันโลก

รายงาน IEA เดือนกรกฎาคม 2026 บอกว่าราคาน้ำมันจะลดลงแน่นอนหรือไม่

ไม่ รายงานสะท้อนว่าอุปทานฟื้นขึ้น แต่ยังตั้งเงื่อนไขไว้กับการลดความตึงเครียดและความต่อเนื่องของการเดินเรือ

ตัวเลข Brent ของ EIA ใช้แทนราคาน้ำมันในไทยได้หรือไม่

ใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงตลาดโลกได้ แต่ไม่ใช่ราคาขายปลีกในไทย เพราะยังมีต้นทุนผลิตภัณฑ์ การขนส่ง ภาษี กองทุน และอัตราแลกเปลี่ยน

นักลงทุนควรติดตามตัวเลขใดหลังจากนี้

ควรดูปริมาณการผลิตและส่งออกผ่านเส้นทางหลัก ระดับสต็อกน้ำมัน การเดินเครื่องโรงกลั่น และการเปลี่ยนแปลงของราคาน้ำมันดิบควบคู่กัน

แหล่งอ้างอิง

สิ่งที่ต้องจับตาจากนี้คือการเดินเรือผ่านเส้นทางหลักและรายงานสต็อกรอบถัดไป เพราะสองปัจจัยนี้จะบอกได้ชัดกว่าพาดหัวรายวันว่าอุปทานฟื้นตัวได้ต่อเนื่องหรือไม่