
สหรัฐขาดดุลการค้าสินค้าและบริการเดือนพฤษภาคม 2569 (2026) พุ่งขึ้นเป็น 77.6 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 23.0 พันล้านดอลลาร์จากเดือนเมษายนที่ 54.6 พันล้านดอลลาร์ ตามข้อมูลที่สำนักงานสำมะโนสหรัฐ (U.S. Census Bureau) และสำนักวิเคราะห์เศรษฐกิจสหรัฐ (BEA) เผยแพร่ร่วมกันเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 ตัวเลขนี้กระโดดขึ้นราว 42% ในเดือนเดียว สะท้อนว่าการนำเข้ากลับมาเร่งตัวขณะที่การส่งออกแผ่วลง
สำหรับนักลงทุนไทย ตัวเลขนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของสหรัฐ เพราะยอดขาดดุลการค้าเป็นองค์ประกอบสำคัญในการคำนวณ GDP สหรัฐ และมีผลต่อทิศทางค่าเงินดอลลาร์ ซึ่งกระทบทั้งค่าเงินบาท ตลาดหุ้นเกิดใหม่ และหุ้นส่งออกในตลาดหุ้นไทยโดยตรง
สรุปตัวเลขการค้าสหรัฐเดือนพฤษภาคม 2569
- ขาดดุลรวม: 77.6 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มจาก 54.6 พันล้านดอลลาร์ในเดือนเมษายน (ปรับปรุงแล้ว)
- ส่งออก: 317.7 พันล้านดอลลาร์ ลดลง 10.5 พันล้านดอลลาร์จากเดือนก่อน
- นำเข้า: 395.3 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 12.5 พันล้านดอลลาร์จากเดือนก่อน
- ดุลสินค้า: ขาดดุลเพิ่มขึ้น 23.6 พันล้านดอลลาร์ เป็น 106.5 พันล้านดอลลาร์
- ดุลบริการ: เกินดุลเพิ่มขึ้น 0.6 พันล้านดอลลาร์ เป็น 28.9 พันล้านดอลลาร์
| รายการ | พฤษภาคม 2569 | เปลี่ยนแปลงจากเมษายน |
|---|---|---|
| ขาดดุลสินค้าและบริการ | 77.6 พันล้านดอลลาร์ | เพิ่ม 23.0 พันล้านดอลลาร์ |
| ส่งออกทั้งหมด | 317.7 พันล้านดอลลาร์ | ลด 10.5 พันล้านดอลลาร์ |
| นำเข้าทั้งหมด | 395.3 พันล้านดอลลาร์ | เพิ่ม 12.5 พันล้านดอลลาร์ |
| ขาดดุลสินค้า | 106.5 พันล้านดอลลาร์ | เพิ่ม 23.6 พันล้านดอลลาร์ |
| เกินดุลบริการ | 28.9 พันล้านดอลลาร์ | เพิ่ม 0.6 พันล้านดอลลาร์ |
ส่งออกลดจากทองคำ ก๊าซธรรมชาติ และคอมพิวเตอร์
BEA ระบุว่าส่งออกสินค้าลดลง 11.3 พันล้านดอลลาร์ เหลือ 210.6 พันล้านดอลลาร์ หมวดที่กดตัวเลขลงชัดเจนคืออุปทานและวัสดุอุตสาหกรรม ลดลง 5.5 พันล้านดอลลาร์ โดยเฉพาะทองคำที่ไม่ใช่เงินตรา ลดลง 6.2 พันล้านดอลลาร์ โลหะมีค่าอื่นลดลง 1.3 พันล้านดอลลาร์ และก๊าซธรรมชาติลดลง 1.1 พันล้านดอลลาร์
หมวดสินค้าทุนลดลง 3.5 พันล้านดอลลาร์ จากคอมพิวเตอร์ลดลง 2.1 พันล้านดอลลาร์ และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ลดลง 2.0 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่น้ำมันดิบเป็นหนึ่งในรายการที่สวนทาง เพิ่มขึ้น 2.0 พันล้านดอลลาร์
นำเข้าเพิ่มจากสินค้าอุปโภคบริโภค น้ำมัน รถยนต์ และเซมิคอนดักเตอร์
ฝั่งนำเข้าสินค้าเพิ่มขึ้น 12.3 พันล้านดอลลาร์ เป็น 317.0 พันล้านดอลลาร์ หมวดสินค้าอุปโภคบริโภคเพิ่มขึ้น 3.5 พันล้านดอลลาร์ โดยยาปรุงสำเร็จเพิ่มขึ้น 1.9 พันล้านดอลลาร์ และโทรศัพท์มือถือกับสินค้าใช้ในครัวเรือนอื่นเพิ่มขึ้น 1.0 พันล้านดอลลาร์
อุปทานและวัสดุอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 3.1 พันล้านดอลลาร์ โดยน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น 1.5 พันล้านดอลลาร์ ส่วนยานยนต์ ชิ้นส่วน และเครื่องยนต์เพิ่มขึ้น 2.2 พันล้านดอลลาร์ สินค้าทุนเพิ่มขึ้น 1.1 พันล้านดอลลาร์ โดยอุปกรณ์คอมพิวเตอร์เพิ่มขึ้น 1.2 พันล้านดอลลาร์ และเซมิคอนดักเตอร์เพิ่มขึ้น 1.0 พันล้านดอลลาร์
ประเทศคู่ค้าขาดดุลสูงสุด: เวียดนาม เม็กซิโก ไต้หวัน จีน
ในมุมรายประเทศ สหรัฐขาดดุลการค้าสินค้ากับเวียดนาม 20.6 พันล้านดอลลาร์ เม็กซิโก 20.1 พันล้านดอลลาร์ ไต้หวัน 19.4 พันล้านดอลลาร์ จีน 14.5 พันล้านดอลลาร์ และสหภาพยุโรป 9.3 พันล้านดอลลาร์ ตัวเลขเหล่านี้ช่วยอธิบายแรงกดดันทางการค้าในกลุ่มซัพพลายเชนเอเชีย โดยเฉพาะประเทศที่ส่งสินค้าอุตสาหกรรมและชิ้นส่วนเทคโนโลยีเข้าสหรัฐสูง
อีกจุดที่น่าจับตาคือดุลการค้ากับสวิตเซอร์แลนด์พลิกจากเกินดุล 4.4 พันล้านดอลลาร์ในเดือนเมษายน เป็นขาดดุล 2.3 พันล้านดอลลาร์ในเดือนพฤษภาคม เพราะส่งออกไปสวิตเซอร์แลนด์ลดลง 6.9 พันล้านดอลลาร์ เหลือ 2.0 พันล้านดอลลาร์
ทำไมตัวเลขนี้สำคัญกับนักลงทุนไทย
ขาดดุลการค้าสหรัฐที่ขยายตัวเร็วอาจกดการประเมิน GDP สหรัฐ หากการนำเข้าโตเร็วกว่าส่งออกต่อเนื่อง เพราะการนำเข้าเป็นรายการหักในการคำนวณ GDP ด้านรายจ่าย ขณะเดียวกัน ตัวเลขการค้าอาจทำให้ตลาดตีความทิศทางดีมานด์ภายในประเทศสหรัฐใหม่ โดยเฉพาะหมวดสินค้าอุปโภคบริโภค ยา รถยนต์ และชิ้นส่วนเทคโนโลยี
สำหรับไทย ผลกระทบต้องดูผ่าน 3 ช่องทางหลัก คือค่าเงินดอลลาร์และเงินบาท สินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก และหุ้นที่เกี่ยวกับการส่งออกหรือซัพพลายเชนโลก หากตลาดอ่านว่าการนำเข้าสหรัฐยังแข็งแรง หุ้นส่งออกบางกลุ่มอาจได้แรงหนุนเชิงบรรยากาศ แต่ถ้าขาดดุลถูกตีความว่าเป็นแรงฉุด GDP หรือเพิ่มความเสี่ยงทางนโยบายการค้า ภาพรวมตลาดอาจผันผวนได้
สิ่งที่ต้องติดตามต่อ
BEA ระบุว่าการเผยแพร่ครั้งถัดไปสำหรับข้อมูลการค้าสินค้าและบริการของสหรัฐเดือนมิถุนายน 2569 จะออกในวันอังคารที่ 4 สิงหาคม 2569 นักลงทุนควรดูว่าขาดดุลพฤษภาคมเป็นเพียงการแกว่งรายเดือน หรือเป็นสัญญาณว่าการนำเข้าสหรัฐกลับมาเร่งตัวต่อเนื่องหลังจากต้นปีขาดดุลสะสมลดลงจากปีก่อน
ข้อมูลปีต่อวันที่ BEA เปิดเผยยังบอกว่า ขาดดุลสินค้าและบริการสะสมลดลง 203.9 พันล้านดอลลาร์ หรือ 40.6% จากช่วงเดียวกันของปี 2025 ขณะที่ส่งออกเพิ่มขึ้น 164.7 พันล้านดอลลาร์ หรือ 11.7% และนำเข้าลดลง 39.2 พันล้านดอลลาร์ หรือ 2.1% ภาพใหญ่จึงยังไม่ควรตัดสินจากเดือนเดียว ต้องเทียบทั้งแนวโน้มรายไตรมาสและหมวดสินค้าที่เปลี่ยนแปลงจริง
FAQ
ขาดดุลการค้าสหรัฐเดือนพฤษภาคม 2569 เท่าไร?
สหรัฐขาดดุลสินค้าและบริการ 77.6 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 23.0 พันล้านดอลลาร์จากเดือนเมษายนที่ 54.6 พันล้านดอลลาร์
ส่งออกและนำเข้าสหรัฐเดือนพฤษภาคม 2569 เป็นอย่างไร?
ส่งออกอยู่ที่ 317.7 พันล้านดอลลาร์ ลดลง 10.5 พันล้านดอลลาร์ ส่วนการนำเข้าอยู่ที่ 395.3 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 12.5 พันล้านดอลลาร์
หมวดใดทำให้ขาดดุลเพิ่มขึ้น?
ฝั่งส่งออกลดจากทองคำที่ไม่ใช่เงินตรา ก๊าซธรรมชาติ คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ส่วนฝั่งนำเข้าเพิ่มจากสินค้าอุปโภคบริโภค ยา โทรศัพท์มือถือ น้ำมันดิบ รถยนต์ และเซมิคอนดักเตอร์
ประเทศใดที่สหรัฐขาดดุลการค้าสินค้าสูงในเดือนพฤษภาคม?
ประเทศ/พื้นที่ที่สหรัฐขาดดุลสูง ได้แก่ เวียดนาม 20.6 พันล้านดอลลาร์ เม็กซิโก 20.1 พันล้านดอลลาร์ ไต้หวัน 19.4 พันล้านดอลลาร์ จีน 14.5 พันล้านดอลลาร์ และสหภาพยุโรป 9.3 พันล้านดอลลาร์
ข่าวนี้เกี่ยวกับนักลงทุนไทยอย่างไร?
ตัวเลขการค้าสหรัฐมีผลต่อมุมมอง GDP สหรัฐ ค่าเงินดอลลาร์ บรรยากาศสินทรัพย์เสี่ยง และหุ้นที่โยงกับการส่งออกหรือซัพพลายเชนโลก นักลงทุนไทยจึงควรดูร่วมกับค่าเงินบาทและตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐชุดถัดไป