ตลาดหุ้นยุโรปเคลื่อนไหวระมัดระวังในวันพุธ โดยดัชนี EURO STOXX 50 ทรงตัวราว 6,224-6,230 จุด (ลบราว 0.13%) หลังเผชิญแรงขายหุ้นเทคในรอบก่อนหน้า ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่หุ้นกลุ่มอากาศยานและกลาโหม โดย Rheinmetall ดิ่งกว่า 13% จากข่าวเยอรมนีล้มแผนต่อเรือรบลำใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สอง ขณะที่ TKMS พุ่งเกือบ 10% จากข่าวเดียวกัน
เกิดอะไรขึ้นในตลาดหุ้นยุโรป
ดัชนี STOXX 50 และ STOXX 600 แกว่งตัวรอบเส้นศูนย์หลังการปรับฐานของหุ้นเทคในรอบก่อน นักลงทุนรอดูพัฒนาการการเจรจาสหรัฐ-อิหร่าน และผลประกอบการ Micron ที่จะประกาศหลังตลาดสหรัฐปิด หุ้นชิปยุโรปพยายามฟื้นตัว โดย ASML บวก 0.3% Infineon บวก 1.2% และ STMicroelectronics บวก 1.3% หลังจากร่วงหนักในวันก่อนหน้า
หุ้นกลาโหมเยอรมันสวนทางรุนแรง
Rheinmetall ผู้ผลิตอาวุธรายใหญ่ของเยอรมนีดิ่งกว่า 13% หลังมีรายงานว่ารัฐบาลเยอรมนีตัดสินใจยกเลิกแผนต่อเรือรบลำใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สอง และหันไปสั่งต่อเรือฟริเกตขนาดเล็กกว่า 8 ลำจาก TKMS แทน ส่งผลให้หุ้น TKMS พุ่งเกือบ 10% สะท้อนการสับเปลี่ยนผู้ได้ประโยชน์ภายในกลุ่มกลาโหมเยอรมัน
ภาพรวมรายดัชนี
ในวันพุธ ดัชนี DAX ของเยอรมนีลบ 0.58% สู่ราว 24,749 จุด ดัชนี CAC 40 ของฝรั่งเศสบวกเล็กน้อย 0.10% ที่ 8,349 จุด ส่วน FTSE MIB ของอิตาลีลบ 0.47% และ IBEX 35 ของสเปนลบ 0.40% โดยในรอบก่อนหน้า EURO STOXX 50 ปรับลง 1.2% จากแรงขายหุ้นเทคนำโดย ASML และ Infineon ท่ามกลางความกังวลว่ากลุ่มไฮเปอร์สเกลเลอร์อาจลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI มากเกินไป
ผลกระทบต่อนักลงทุนไทย
สำหรับนักลงทุนไทยที่กระจายพอร์ตไปยังหุ้นยุโรปหรือกองทุนหุ้นต่างประเทศ ความผันผวนของหุ้นเทคและหุ้นกลาโหมยุโรปสะท้อนว่าการกระจายความเสี่ยงรายภาคส่วนยังสำคัญ ข่าวเฉพาะบริษัทอย่างกรณี Rheinmetall และ TKMS แสดงให้เห็นว่าการเปลี่ยนนโยบายจัดซื้อภาครัฐสามารถพลิกราคาหุ้นได้อย่างรวดเร็ว นักลงทุนควรติดตามทั้งทิศทางดอกเบี้ย ECB ที่ปรับขึ้นล่าสุดสู่ 2.40% และพัฒนาการเจรจาสหรัฐ-อิหร่านซึ่งมีผลต่อบรรยากาศการลงทุนทั่วโลก
แหล่งข่าว: Trading Economics, Reuters