ราคาน้ำมันดีดตัวต่อเนื่องจากปัจจัยอิหร่าน
ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องหลังจากมีรายงานว่าอิหร่านยืนยันที่จะเก็บยูเรเนียมเสริมสมรรถภาพไว้ภายในประเทศ แทนที่จะส่งออกให้แก่ชาติตะวันตกตามข้อตกลงเดิม การตัดสินใจครั้งนี้สร้างความกังวลเกี่ยวกับอุปทานน้ำมันในตลาดโลก เนื่องจากอิหร่านเป็นหนึ่งในผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ของกลุ่มโอเปก ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ยังคงดำเนินอยู่ คาดว่าราคาน้ำมันดิบเบรนท์และเวสต์เทกซัสอินเตอร์มีเดียตจะยังคงเคลื่อนไหวในทิศทางขาขึ้นในระยะสั้น
อิหร่านยืนยันไม่ส่งออกยูเรเนียมเสริมสมรรถภาพ
แหล่งข่าวจากกรุงเตหะรานระบุว่า อิหร่านตั้งใจที่จะรักษายูเรเนียมเสริมสมรรถภาพไว้ในประเทศเพื่อใช้ในโครงการนิวเคลียร์ของตนเอง แม้ว่าสหรัฐฯ จะพยายามกดดันผ่านมาตรการคว่ำบาตรก็ตาม การเคลื่อนไหวนี้ส่งผลให้ตลาดน้ำมันกังวลว่าอิหร่านอาจใช้มาตรการตอบโต้ทางการค้ารวมถึงการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดของโลก ผู้วิเคราะห์คาดว่าหากสถานการณ์ทวีความรุนแรง ราคาน้ำมันอาจพุ่งสูงถึงระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
IEA เตือนตลาดน้ำมันเข้าสู่ช่วงอันตราย
สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศหรือ IEA ออกมาเตือนว่าในช่วงฤดูร้อนนี้ความต้องการเดินทางและการท่องเที่ยวจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก ส่งผลให้อุปสงค์น้ำมันเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ขณะที่อุปทานยังคงจำกัดจากนโยบายการผลิตของโอเปกพลัสและการคว่ำบาตรอิหร่านและรัสเซีย IEA ระบุว่าตลาดน้ำมันอาจเข้าสู่ ‘เขตแดง’ หรือภาวะที่ราคาปรับตัวสูงจนส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมัน
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยและภูมิภาค
สำหรับประเทศไทยซึ่งเป็นผู้นำเข้าน้ำมันดิบสุทธิ การปรับตัวของราคาน้ำมันโลกจะส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนพลังงานในประเทศ ตั้งแต่ราคาน้ำมันดีเซลและเบนซิน ไปจนถึงค่าไฟฟ้าที่อาจต้องปรับเพิ่มขึ้น ภาคขนส่งและภาคการผลิตจะได้รับผลกระทบมากที่สุด ขณะเดียวกันธนาคารแห่งประเทศไทยอาจต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันเงินเฟ้อที่อาจสูงขึ้น ผู้บริโภคควรเตรียมรับมือกับค่าครองชีพที่อาจปรับสูงขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง
แนวโน้มราคาน้ำมันระยะสั้นถึงกลาง
นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าราคาน้ำมันจะมีแนวโน้มขาขึ้นในระยะสั้นเนื่องจากปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะกรณีอิหร่านที่ยังไม่แน่นอน นอกจากนี้กำลังการผลิตส่วนเกินของโอเปกพลัสมีจำกัด ขณะที่ความต้องการจากจีนและอินเดียยังคงขยายตัว ดังนั้นราคาน้ำมันจึงมีโอกาสปรับตัวสูงกว่า 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในเดือนมิถุนายน อย่างไรก็ตามอาจมีการปรับฐานหากเกิดข้อตกลงทางการทูตหรือมาตรการคลายความตึงเครียด
ทิศทางนโยบายพลังงานของไทย
รัฐบาลไทยอาจต้องเร่งทบทวนนโยบายพลังงาน โดยเฉพาะการส่งเสริมพลังงานทดแทนและการเพิ่มปริมาณสำรองน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์ การปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันในประเทศเป็นอีกมาตรการที่อาจถูกนำมาใช้เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชน นอกจากนี้การเจรจากับประเทศผู้ผลิตน้ำมันเพื่อให้ได้รับสิทธิพิเศษในการนำเข้าก็เป็นแนวทางที่ควรพิจารณา สถานการณ์นี้ถือเป็นบทเรียนสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความจำเป็นในการกระจายความเสี่ยงด้านพลังงานของประเทศ