ทีเส็บเปิดตัว MaxiMICE Thailand ดันไทยสู่ศูนย์กลางไมซ์โลก

ทีเส็บเปิดตัว MaxiMICE Thailand

สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ หรือทีเส็บ เปิดตัวแบรนด์ใหม่สำหรับอุตสาหกรรมไมซ์ไทย “MaxiMICE Thailand – From Potential to Exponential” ภายในงาน IMEX Frankfurt 2026 ที่ประเทศเยอรมนี โดยมีเป้าหมายยกระดับประเทศไทยให้เป็นจุดหมายปลายทางไมซ์ระดับโลกที่สามารถขับเคลื่อนวาระสำคัญทางเศรษฐกิจ สังคม และความยั่งยืน พร้อมสร้างผลลัพธ์เชิงบวกให้กับผู้จัดงาน ผู้เข้าร่วมงาน และภาคธุรกิจจากทั่วโลก

การเปิดตัวแบรนด์ MaxiMICE Thailand มุ่งพลิกโฉมประเทศไทยสู่การเป็นแพลตฟอร์มระดับโลกด้านการจัดงานไมซ์ในภูมิภาคเอเชีย โดยตอบโจทย์การจัดงานยุคใหม่ที่ไม่ได้วัดความสำเร็จจากจำนวนผู้เข้าร่วมงานเพียงอย่างเดียว แต่ต้องสามารถสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ ผลลัพธ์ที่จับต้องได้ และผลกระทบเชิงบวกในระยะยาว

3 แนวคิดหลักของ MaxiMICE Thailand

ทีเส็บพัฒนาแบรนด์ใหม่ผ่าน 3 แนวคิดหลัก เพื่อสะท้อนศักยภาพของประเทศไทยในการรองรับอุตสาหกรรมไมซ์ยุคใหม่ ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน ประสบการณ์ และความยั่งยืน

MaxiMICE Your Convenience

แนวคิดแรกตอกย้ำจุดแข็งของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางที่เดินทางสะดวกและเชื่อมโยงผู้คนจากทั่วโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมรองรับการจัดงานระดับนานาชาติ ทั้งสนามบิน ระบบขนส่ง เมืองไมซ์ ระบบดิจิทัล และการสนับสนุนจากภาครัฐ ในปี 2569 ประเทศไทยมีงานประชุมระดับโลกหลายงาน โดยมีหน่วยงานระดับกระทรวง เมือง และจังหวัด ร่วมเป็นเจ้าภาพหรือสนับสนุนภายใต้แคมเปญ Government-Ready เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้จัดงานต่างประเทศ

MaxiMICE Your Experience

แนวคิดที่สองวางตำแหน่งประเทศไทยให้เป็นจุดหมายปลายทางที่มอบประสบการณ์หลากหลายมากกว่าการประชุมภายในห้องสัมมนา โดยอาศัยจุดแข็งด้านวัฒนธรรม อาหาร วิถีชีวิต และเครือข่ายชุมชนท้องถิ่น ปัจจัยสำคัญคือเครือข่ายเมืองไมซ์และชุมชนท้องถิ่นทั่วประเทศที่พร้อมนำเสนอประสบการณ์เฉพาะตัว รวมถึงความร่วมมือกับสมาคมส่งเสริมการประชุมนานาชาติ หรือ TICA ซึ่งมีเครือข่ายผู้ประกอบการมืออาชีพที่มีทักษะด้านการออกแบบกิจกรรมและประสบการณ์เชิงวัฒนธรรม

MaxiMICE Your Impact

แนวคิดที่สามมุ่งสะท้อนศักยภาพของประเทศไทยในการบริหารจัดการและวัดผลกระทบจากการจัดงานได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน ทีเส็บกำหนดให้การลดการปล่อยคาร์บอนและการบริหารจัดการคาร์บอนฟุตพรินต์จากการจัดงานเป็นแนวปฏิบัติพื้นฐาน พร้อมเปิดให้ผู้จัดงานสามารถเข้าถึงเครื่องมือบริหารคาร์บอนและเครือข่ายพันธมิตรด้านความยั่งยืน นอกจากนี้ผู้ประกอบการไมซ์ไทยยังมีการพัฒนามาตรฐานการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ทั้งมาตรฐาน ISO และระบบบริหารจัดการที่ตอบโจทย์ความต้องการทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

แคมเปญ Meet in Thailand

เพื่อผลักดันแบรนด์ MaxiMICE Thailand ให้เกิดผลลัพธ์เชิงรูปธรรม ทีเส็บเปิดตัวแคมเปญ “Meet in Thailand” ซึ่งประกอบด้วย 3 แนวคิดหลัก ได้แก่ Meet Well, Meet Smart และ Meet Positive แคมเปญดังกล่าวจะมุ่งสนับสนุนผู้วางแผนการประชุม ผู้เข้าร่วมงานไมซ์ และผู้จัดการประชุมวิชาชีพ ผ่านทั้งเงินสนับสนุน มาตรการส่งเสริมการตลาด และการอำนวยความสะดวกในด้านต่างๆ เพื่อดึงดูดงานประชุมและนิทรรศการระดับโลกเข้าสู่ประเทศไทยมากขึ้น

ทีเส็บยังเดินหน้าขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไมซ์ไทยสู่มาตรฐานสากล ผ่านการเข้าร่วมโครงการ Net Zero Carbon Initiative ร่วมกับ GDS-Movement และ Joint Meetings Industry Council ซึ่งมีการประกาศความร่วมมือภายในงาน IMEX Frankfurt 2026 ความร่วมมือดังกล่าวจะช่วยให้ทีเส็บสามารถนำประสบการณ์ด้านการพัฒนาความยั่งยืนของอุตสาหกรรมไมซ์ไทยมาผสานกับองค์ความรู้และแนวปฏิบัติระดับโลก เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมไมซ์ไทยจากเป้าหมาย Net Zero ไปสู่ Net Positive หรือการสร้างผลกระทบเชิงบวกกลับคืนสู่สิ่งแวดล้อมและสังคมในระยะยาว

ความสำเร็จและอันดับของไทยในเวทีไมซ์โลก

ด้าน International Congress and Convention Association เปิดเผยรายงานประจำปี 2025 ระบุว่า ประเทศไทยยังครองอันดับ 1 ของอาเซียนด้านการจัดประชุมนานาชาติ อันดับ 5 ของเอเชียแปซิฟิก และอันดับ 24 ของโลก จากการเป็นเจ้าภาพจัดประชุมนานาชาติรวม 171 งาน ขณะที่กรุงเทพมหานครยังติดอันดับ 1 ใน 10 เมืองชั้นนำของโลกสำหรับการจัดประชุมด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ นอกจากนี้ รายงาน Cvent 2026 Ranking Report ยังจัดให้กรุงเทพฯ เป็นจุดหมายจัดประชุมอันดับ 2 ของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก สอดคล้องกับการจัดอันดับของ UFI ที่ยกให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีการสนับสนุนอุตสาหกรรมจัดแสดงสินค้าจากภาครัฐดีที่สุด และยังครองอันดับ 1 ในอาเซียนด้านพื้นที่จัดแสดงสินค้าที่ขายได้

การเปิดตัวแบรนด์ MaxiMICE Thailand จะเข้ามาต่อยอดความแข็งแกร่งของประเทศไทยในเวทีไมซ์โลก พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาดต่างประเทศว่าไทยมีความพร้อมในการสร้างและขยายผลลัพธ์ของการจัดงาน ทั้งในมิติธุรกิจ ความยั่งยืน และผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจและสังคมในอนาคต