ผลประกอบการไตรมาสแรกแข็งแกร่ง
ฮาสโบรเปิดเผยผลประกอบการไตรมาสแรกที่สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ โดยมีรายได้สุทธิ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโต 13% จากปีก่อน ขณะที่กำไรต่อหุ้นปรับลดอยู่ที่ 1.47 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 41% เมื่อเทียบกับปีก่อน ทั้งนี้ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคยังคงจับจ่ายใช้สอยในกลุ่มของเล่นและของสะสม แม้ว่าจะเผชิญกับแรงกดดันทางเศรษฐกิจจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นและเงินเฟ้อรอบใหม่
มุมมองของซีอีโอต่อพฤติกรรมผู้บริโภค
คริส ค็อกส์ ซีอีโอของฮาสโบรกล่าวว่าผลประกอบการที่ออกมาดีนั้นท้าทายแนวคิดที่ว่าผู้บริโภคสหรัฐกำลังลดการใช้จ่าย เนื่องจากราคาน้ำมันและเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น เหตุผลง่ายๆ คือผู้คนให้ความสำคัญกับลูกเป็นอันดับแรก ไม่ว่าจะเป็นวันเกิดหรือคริสต์มาส พวกเขาจะทำให้แน่ใจว่าเด็กๆ ได้รับการดูแล และของเล่นเป็นสิ่งเล็กๆ ที่นำความสุขมาสู่ครอบครัว นอกจากนี้ของเล่นและของสะสมยังถือเป็นความฟุ่มเฟือยเล็กๆ น้อยๆ ที่เข้าถึงได้ เมื่อราคาอาหารค่ำมื้อหนึ่งเกิน 100 ดอลลาร์ หรือการเติมน้ำมันเกิน 70-80 ดอลลาร์ การซื้อของเล่นจากแฟนด้อมที่ชื่นชอบจึงเป็นทางเลือกที่น่าพอใจ
กระแสของสะสมและUltimate Grogu
ค็อกส์กล่าวถึงผลิตภัณฑ์ Star Wars Ultimate Grogu ที่มีราคา 600 ดอลลาร์ว่าเป็นของสะสมระดับสูงที่สุดที่ฮาสโบรเคยสร้างมา ซึ่งขายหมดภายใน 20 นาทีเมื่อเปิดจองผ่าน Hasbro Pulse และนี่เป็นเพียงหนึ่งในของเล่นสุดเจ๋งมากมายที่กำลังจะออกมาพร้อมกับภาพยนตร์ Mandalorian และ Grogu ที่จะเข้าฉายสุดสัปดาห์นี้ นอกจากนี้เขายังมองว่าตลาดของสะสมกำลังร้อนแรงเพราะเป็นวิธีสร้างความผูกพันกับผู้อื่น สร้างมิตรภาพและแสดงออกถึงความชื่นชอบในแฟนด้อมต่างๆ โดยเฉพาะการ์ดสะสมที่เริ่มได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงทศวรรษ 1990 กลุ่มคนที่อายุระหว่าง 6-10 ปีในช่วงที่ Magic: The Gathering และโปเกมอนถูกสร้างขึ้น ปัจจุบันอยู่ในวัย 30-40 ปีซึ่งเป็นช่วงที่มีรายได้สูงสุด พวกเขาต้องการกลับมาสะสมสิ่งที่รักในวัยเด็กอีกครั้ง
ประเด็นภาษีนำเข้าและแนวโน้มปี 2569
ในส่วนของคำเรียกร้องเงินคืนภาษีนำเข้ามูลค่า 50 ล้านดอลลาร์ ฮาสโบรไม่ได้รวมไว้ในการคาดการณ์ของบริษัท หากได้รับในปีนี้ก็คงจะเป็นช่วงปลายปี บริษัทยังคงย้ำแนวโน้มปี 2569 โดยคาดว่ายอดขายจะเติบโต 3-5% ในอัตราแลกเปลี่ยนคงที่ อัตรากำไรจากการดำเนินงานปรับปรุงที่ 24-25% และ EBITDA ปรับปรุงที่ 1.4-1.45 พันล้านดอลลาร์ ส่วนผลการดำเนินงานในไตรมาสแรกของกลุ่ม Wizards of the Coast และ Digital Gaming มีอัตรากำไรจากการดำเนินงาน 51.2% สูงขึ้นจาก 49.8% ในปีก่อน ขณะที่กลุ่ม Consumer Products มีอัตรากำไรติดลบ 10.2% แย่ลงจากติดลบ 7.8% ในปีก่อน
ปฏิกิริยาตลาดและปัจจัยเสี่ยง
แม้จะมีข่าวดีหลายอย่างในไตรมาสนี้ แต่หุ้นฮาสโบรกลับปรับตัวลดลง 8% ในการซื้อขายวันพุธ เนื่องจากบริษัทยังคงมุมมองเชิงระมัดระวังสำหรับช่วงที่เหลือของปี ท่ามกลางความไม่แน่นอนของอุปสงค์และการเติบโตที่ชะลอตัวลงสู่ระดับปกติของเกม Magic: The Gathering ทั้งนี้นักลงทุนจับตาดูความสามารถของบริษัทในการรักษาโมเมนตัมการเติบโตท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน