เจ้าหน้าที่ตำรวจสองนายฟ้องทรัมป์ ปิดกั้นกองทุน 1.8 พันล้านดอลลาร์

รายละเอียดคดี

เจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภาสหรัฐสองนายซึ่งเป็นผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์จลาจลวันที่ 6 มกราคม ได้ยื่นฟ้องอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อขอให้ศาลปิดกั้นกองทุนมูลค่า 1.8 พันล้านดอลลาร์ที่กระทรวงยุติธรรมตกลงจัดตั้งขึ้นเพื่อยุติคดีความมูลค่า 10 พันล้านดอลลาร์ที่ทรัมป์ฟ้องร้องเกี่ยวกับการรั่วไหลของข้อมูลภาษีของเขาโดยเจ้าหน้าที่กรมสรรพากร

ตามเอกสารที่ยื่นต่อศาล เจ้าหน้าที่ทั้งสองอ้างว่ากองทุนดังกล่าวถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นเครื่องมือในการ ‘lawfare’ หรือการใช้กระบวนการยุติธรรมเพื่อโจมตีฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง พวกเขาระบุว่าการใช้เงินภาษีของประชาชนเพื่อจ่ายให้ทรัมป์ถือเป็นการใช้อำนาจในทางมิชอบและขัดต่อผลประโยชน์สาธารณะ

กองทุน ‘Lawfare’ คืออะไร

กองทุนที่ถูกโต้แย้งนี้มีชื่อว่า ‘กองทุนบรรเทาความเสียหายของผู้เสียภาษี’ โดยกระทรวงยุติธรรมตกลงสร้างขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงระงับคดีกับทรัมป์ คดีดังกล่าวเกิดจากการรั่วไหลของข้อมูลภาษีของทรัมป์ในปี 2020 ซึ่งเจ้าหน้าที่กรมสรรพากรเปิดเผยข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต ทรัมป์ฟ้องเรียกค่าเสียหาย 10 พันล้านดอลลาร์ และรัฐบาลของประธานาธิบดีโจ ไบเดนก็ตกลงที่จะจ่ายเงินผ่านกองทุนนี้

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ฟ้องคดีนี้มองว่ากองทุนดังกล่าวเป็น ‘การใช้อำนาจทางกฎหมายในทางที่ผิด’ พวกเขาโต้แย้งว่าเงิน 1.8 พันล้านดอลลาร์ที่กันไว้สำหรับกองทุนนี้ควรถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ เช่น การฝึกอบรมและการสนับสนุนเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายที่ได้รับบาดเจ็บระหว่างปฏิบัติหน้าที่

ข้อกล่าวหาของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ในคำฟ้อง เจ้าหน้าที่ทั้งสองซึ่งไม่ได้เปิดเผยชื่อ กล่าวว่าการที่ทรัมป์ใช้อำนาจทางกฎหมายเพื่อบีบบังคับให้รัฐบาลจัดตั้งกองทุนนี้เป็นตัวอย่างของ ‘lawfare’ หรือสงครามทางกฎหมาย โดยพวกเขาชี้ให้เห็นว่าทรัมป์มีประวัติการใช้คดีความเพื่อคุกคามและทำให้คู่แข่งทางการเมืองอ่อนแอลง

นอกจากนี้ พวกเขายังอ้างว่าการจ่ายเงินจากกองทุนนี้จะทำให้ทรัมป์ได้ประโยชน์ทางการเงินเป็นการส่วนตัว ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บจากการจลาจลวันที่ 6 มกราคมยังไม่ได้รับการเยียวยาอย่างเหมาะสม พวกเขาหวังว่าศาลจะสั่งระงับการจัดตั้งกองทุนและให้มีการสอบสวนข้อตกลงนี้อย่างละเอียด

ปฏิกิริยาจากฝ่ายต่างๆ

ฝ่ายกฎหมายของทรัมป์ออกมาโต้แย้งว่าคำฟ้องของเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่มีมูลความจริง พวกเขากล่าวว่าการจัดตั้งกองทุนเป็นไปตามขั้นตอนทางกฎหมายและเป็นข้อตกลงที่ถูกต้องตามที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับ ทนายของทรัมป์ยังชี้ว่าการรั่วไหลข้อมูลภาษีเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายอย่างร้ายแรง และทรัมป์มีสิทธิ์ได้รับค่าเสียหาย

ขณะที่นักกฎหมายอิสระมองว่าคดีนี้อาจนำไปสู่การตั้งคำถามเกี่ยวกับการใช้กองทุนพิเศษเพื่อระงับข้อพิพาทกับบุคคลที่มีอำนาจทางการเมือง พวกเขาเตือนว่าหากศาลยอมให้ข้อตกลงนี้ดำเนินการต่อไป อาจเป็นการสร้างบรรทัดฐานที่อันตรายสำหรับการใช้เงินภาษีเพื่อประโยชน์ส่วนตัวของนักการเมือง

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

หากศาลตัดสินให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชนะคดี ข้อตกลงระหว่างทรัมป์กับกระทรวงยุติธรรมจะถูกระงับ และรัฐบาลอาจต้องเจรจาใหม่หรือเผชิญกับการฟ้องร้องเพิ่มเติม นอกจากนี้ คดีนี้ยังอาจส่งผลต่อการรับรู้ของสาธารณชนเกี่ยวกับความยุติธรรมและความโปร่งใสของระบบภาษีอากร

ในทางกลับกัน หากทรัมป์ชนะคดี กองทุน 1.8 พันล้านดอลลาร์จะถูกจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการและกลายเป็นส่วนหนึ่งของงบประมาณรายจ่ายของรัฐบาลกลาง ซึ่งอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางการเมืองมากขึ้น โดยเฉพาะในหมู่สมาชิกสภาคองเกรสที่ไม่เห็นด้วยกับการใช้เงินภาษีเพื่อประโยชน์ของอดีตประธานาธิบดี

ขณะนี้ศาลยังไม่กำหนดวันไต่สวนคดีนี้ แต่ทั้งสองฝ่ายต่างเตรียมตัวสำหรับการต่อสู้ทางกฎหมายที่ยาวนาน คดีนี้ยังจุดประเด็นถกเถียงเกี่ยวกับแนวคิด ‘lawfare’ และการใช้อำนาจของฝ่ายบริหารในการระงับข้อพิพาทกับบุคคลที่มีอิทธิพลสูง