หั่นคาดการณ์จีดีพีไทยปี 2569
ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics ปรับลดตัวเลขคาดการณ์เศรษฐกิจไทยสำหรับปี 2569 ลงเหลือเพียง 1.7% จากปีก่อนที่เติบโต 2.4% โดยได้รับแรงกดดันหลักจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ ซึ่งส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อราคาพลังงานโลก ห่วงโซ่อุปทาน ภาคการท่องเที่ยว การส่งออก และกำลังซื้อภายในประเทศ แม้รัฐบาลจะพยายามออกมาตรการพยุงเศรษฐกิจเพิ่มเติม ซึ่งคาดว่าจะช่วยหนุนได้ราว 0.4-0.8% ของจีดีพีก็ตาม
ข้อมูลเศรษฐกิจไทยไตรมาสแรกของปี 2569 ขยายตัว 2.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 0.7% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยได้แรงหนุนจากการลงทุนและการค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะการลงทุนในยานพาหนะ เครื่องจักร และอุปกรณ์ที่เติบโตถึง 11.7% สอดคล้องกับการเร่งนำเข้าสินค้าคอมพิวเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่การส่งออกไปยังสหรัฐฯ ขยายตัวสูงถึง 41.9% จากอานิสงส์ของการเร่งส่งออกก่อนที่มาตรการภาษีใหม่ของสหรัฐฯ จะมีผลบังคับใช้ รวมถึงการเติบโตของอุตสาหกรรม AI และ Data Center ทั่วโลก
การส่งออกครึ่งปีหลังมีแนวโน้มชะลอ
อย่างไรก็ตาม ttb analytics มองว่าการส่งออกในช่วงครึ่งหลังของปีนี้มีแนวโน้มชะลอตัวลง เนื่องจากความเข้มงวดด้านการค้าของสหรัฐฯ โดยเฉพาะมาตรการตรวจสอบแหล่งกำเนิดสินค้าและการใช้ไทยเป็นทางผ่านสำหรับสินค้าจีน รวมถึงผลกระทบจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่เริ่มกระทบเส้นทางโลจิสติกส์และการค้าโลก นอกจากนี้ ภาคการท่องเที่ยวซึ่งเป็นเครื่องยนต์สำคัญของเศรษฐกิจไทยก็เริ่มส่งสัญญาณอ่อนแรง โดยคาดว่าปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเพียง 32 ล้านคน ลดลง 2.9% จากปีก่อน หากสงครามในตะวันออกกลางยืดเยื้อเป็นเวลา 6 เดือน อาจทำให้นักท่องเที่ยวหายไปอีก 2-3 ล้านคน และส่งผลให้รายได้จากการท่องเที่ยวลดลงกว่า 1.6-2.1 แสนล้านบาท
ราคาน้ำมันกดดันเงินเฟ้อและดุลบัญชีเดินสะพัด
ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นยังเพิ่มแรงกดดันต่อเศรษฐกิจไทยในฐานะประเทศผู้นำเข้าพลังงานสุทธิ โดย ttb analytics ระบุว่าทุกการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ย 10 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จะทำให้ดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยลดลงราว 4 พันล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 0.7% ของจีดีพี และมีความเสี่ยงที่ดุลบัญชีเดินสะพัดจะกลับมาขาดดุลอีกครั้งในรอบ 3 ปี ซึ่งอาจกดดันให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงในระยะยาว
ttb analytics ปรับเพิ่มคาดการณ์เงินเฟ้อปี 2569 เป็น 3.7% จากแรงกดดันด้านต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบ โดยประเมินภายใต้กรณีฐานว่าราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยทั้งปีจะอยู่ที่ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่หากสถานการณ์รุนแรงยืดเยื้อ 6-12 เดือน ราคาน้ำมันอาจพุ่งขึ้นสูงเฉลี่ย 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อไทยสูงถึง 6.6% และเพิ่มความเสี่ยงที่เศรษฐกิจจะเข้าสู่ภาวะ Stagflation หรือเศรษฐกิจชะลอตัวพร้อมกับเงินเฟ้อสูง
3 ปรากฏการณ์เชิงนโยบายที่ต้องจับตา
นอกจากนี้ ttb analytics ยังชี้ให้เห็นถึง 3 ปรากฏการณ์เชิงนโยบายที่ต้องจับตาในช่วงที่เหลือของปี ได้แก่ การปรับตัวของนโยบายการเงิน การคลัง และการค้าระหว่างประเทศที่อาจเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วตามปัจจัยภายนอก วิกฤตครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นที่ไทยต้องเร่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ ทั้งการลดการพึ่งพาพลังงานนำเข้า การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานหมุนเวียน การยกระดับอุตสาหกรรมส่งออก รวมถึงการเพิ่มพื้นที่เชิงนโยบายด้านการคลังและการเงิน เพื่อรองรับความผันผวนของเศรษฐกิจโลกในระยะข้างหน้า