ผลการเลือกตั้งไพรมารีรีพับลิกันเคนตักกี้
เอ็ด แกลลีน ซึ่งได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นทางการจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สามารถเอาชนะทอมัส แมสซี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนปัจจุบันในการเลือกตั้งขั้นต้นของพรรครีพับลิกันสำหรับเขตเลือกตั้งที่ 4 ของรัฐเคนตักกี้ได้สำเร็จ ตามการคาดการณ์ของสื่อสหรัฐฯ ที่ประกาศเมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา
การเลือกตั้งครั้งนี้ถือเป็นบททดสอบสำคัญถึงอิทธิพลของทรัมป์ที่มีต่อฐานเสียงของพรรครีพับลิกัน โดยเฉพาะในกรณีที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งของเขาสามารถโค่นล้มนักการเมืองที่กล้าวิจารณ์เขาอย่างเปิดเผยได้สำเร็จ
ทอมัส แมสซี นักวิจารณ์ทรัมป์ตลอดวาระที่สอง
ทอมัส แมสซี เป็นตัวแทนของเขตตอนเหนือของรัฐเคนตักกี้ในสภาผู้แทนราษฎรตั้งแต่ปี 2012 และเป็นหนึ่งในเสียงวิจารณ์ทรัมป์ที่ดังที่สุดในสภาคองเกรสตลอดวาระที่สองของประธานาธิบดี เขามักแสดงความเห็นไม่เห็นด้วยกับนโยบายหลายด้านของทรัมป์ โดยเฉพาะเรื่องการใช้จ่ายงบประมาณและการขาดดุลการคลัง
แมสซีเป็นที่รู้จักในฐานะนักอนุรักษ์นิยมที่ยึดมั่นในหลักการ แต่ความขัดแย้งของเขากับผู้นำพรรคทำให้เขากลายเป็นเป้าหมายของกลุ่มผู้ภักดีต่อทรัมป์ ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ทรัมป์ได้เดินทางไปเคนตักกี้เพื่อหาเสียงให้แกลลีนเป็นการส่วนตัว และยังโพสต์ข้อความโจมตีแมสซีผ่านโซเชียลมีเดียหลายครั้ง
ความหมายต่ออิทธิพลของทรัมป์ในพรรครีพับลิกัน
ชัยชนะของแกลลีนบ่งชี้ว่าอิทธิพลของทรัมป์ในหมู่ผู้เลือกตั้งพรรครีพับลิกันยังคงแข็งแกร่ง แม้ว่าเขาเผชิญกับความท้าทายทางเศรษฐกิจและการเมืองหลายประการในช่วงวาระที่สองก็ตาม การที่ผู้สมัครที่ได้รับการสนับสนุนจากทรัมป์สามารถเอาชนะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนปัจจุบันที่วิจารณ์เขาได้อย่างขาดลอย แสดงให้เห็นว่าฐานเสียงของทรัมป์ยังคงภักดีและพร้อมที่จะลงคะแนนให้กับผู้ที่สอดคล้องกับนโยบายของเขา
การเลือกตั้งครั้งนี้อาจส่งสัญญาณไปถึงนักการเมืองรีพับลิกันคนอื่นๆ ว่าการวิพากษ์วิจารณ์ทรัมป์อาจมีราคาที่ต้องจ่ายในการเลือกตั้งขั้นต้น ขณะเดียวกันก็เป็นการตอกย้ำว่าการควบคุมพรรคของทรัมป์ยังคงแน่นแฟ้น แม้จะมีกระแสข่าวเกี่ยวกับความแตกแยกภายในพรรคบ้างเป็นครั้งคราว
สำหรับแกลลีน เขาจะต้องลงแข่งขันในเดือนพฤศจิกายนกับผู้สมัครจากพรรคเดโมแครตเพื่อชิงที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ เขตที่ 4 ของเคนตักกี้ ซึ่งเป็นเขตที่พรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมากมาโดยตลอด ทำให้เขามีโอกาสสูงที่จะได้นั่งในสภาคองเกรสในสมัยหน้า